ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี
อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล
วัดเฉลิมอาสน์ตั้งอยู่ฝั่งขวาของลำน้ำแม่กลอง ปัจจุบันอยู่เขตพื้นที่ ต.ท่าชุมพล อ.โพธารามจ.ราชบุรี เดิมพื้นที่เป็นป่าพุทรา มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่เศษ เจ้าของชื่อบุญไม่ทราบนามสกุลได้ถวายที่ดินเป็นที่ธรณีสงฆ์ มีอุโบสถร้างอยู่ 1 หลัง มุงด้วยหญ้าคาฝาขัดแตะไม้ไผ่ ผูกพัทสีมาเสร็จ สืบได้ว่าไม่ปรากฏท่านผู้ใดมาทำการสร้างไว้พระภิกษุ ที่มาจำพรรษา ธุดงค์มาจากที่อื่น ชาวบ้านในละแวกนั้น ได้นิมนต์ให้จำพรรษาต่อมาท่านพระครูธรรมเสนานี (แจ่ม)เจ้าคณะจังหวัดราชบุรีในขณะนั้นอยู่วัดโชคฝั่งซ้ายของแม่น้ำแม่กลองได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน ขอให้มีพระไปจำพรรษา เพื่อจะได้ทำบุญจึงได้เห็นความจำเป็นของชาวบ้านจึงได้คัดเลือกพระภิกษุที่มีความสามารถมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เพื่อจะได้ฉลองศรัทธาทายก ทายิกา จึงข้ามแม่น้ำแม่กลองพาพระมาอยู่จำพรรษา 5 รูป ในคณะที่มามีภิกษุ 1 รูปคือ พระภิกษุเกลี้ยง โสภิโต รวมอยู่ด้วย อยูได้ไม่กี่ปี พระที่ส่งมาก็หนีบ้างอยู่จนเหลือแต่พระภิกษุเกลี้ยง ต่อมาท่านพระธรรมเสนานีได้ช่วยสร้างศาลาการเปรียญ 1 หลัง พร้อมทั้งแท่นใส่บาตร และแต่งตั้งพระภิกษุเกลี้ยง เป็นเจ้าอาวาสหลังจากนั้นพระภิกษุเกลี้ยง ได้สร้างกุฎิ หอฉันท์ หอสวดมนต์ ดรงเรียนประชาบาล อุโบสถศาลาการเปรียญ โรงเรียนปริยัติธรรม จนถึงวาระสุดท้ายได้มารณะภาพ ทายกทายิกาได้สร้างรูปหล่อพระภิกษุเกลี้ยงเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ท่านมีส่วนสำคัญในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้ รวมถึงอดีตเจ้าอาวาสของวัดเฉลิมอาสน์เช่น เดียวกับศาสนสถาน วิหารพระพุทธรูปปางเลไลย์องค์โต ริมแม่น้ำแม่กลอง
อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล
ที่มาของชื่อวัดและตำบล: ในสมัยกรุงศรีอยุธยา บริเวณพื้นที่ตั้งวัดท่าหลวงพลเคยเป็นจุดที่ทหารไทยใช้เป็นที่รวมพลเพื่อเตรียมตัวรับศึกพม่า ชาวบ้านจึงเรียกว่า "ชุมนุมพล" ต่อมาเพี้ยนและเปลี่ยนเป็น "ท่าชุมพล" ซึ่งนำมาใช้เป็นชื่อตำบลในปัจจุบัน การตั้งวัด: วัดท่าหลวงพล ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2420 ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6 ตำบลท่าชุมพล สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2543 หลวงพ่อคง (พระครูสาธิตสุตการ): อดีตเจ้าอาวาสและเกจิอาจารย์รูปสำคัญที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวราชบุรี ในปี พ.ศ. 2483 ท่านได้สร้างมณฑปเจดีย์ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2561 ได้มีการพบกรุพระพุทธรูปโบราณจำนวนมากบนยอดมณฑปเจดีย์แห่งนี้
อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง
ประวัติความเป็นมา ..........นายสุวรรณ ศรีนาคเป็นผู้ใหญ่บ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผู้มีความรู้ความสามารถด้านการแปรรูปอาหารจากเนื้อหมูและได้รับการยอมรับในฐานะวิทยากร มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนและเยาวชนในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยัง เป็นผู้ที่อุทิศตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และเป็นที่รัก เคารพนับถือของประชาชนในตำบลบ้านฆ้อง จึงได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีคุณค่า แก่ชุมชน.............. ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ...........แหล่งเรียนรู้นายสุวรรณ ศรีนาค จัดตั้งขึ้นจากความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์แก่คนในชุมชน เป็นศูนย์การเรียนรู้วิสหกิจขุมชนในตำบลบ้านฆ้อง นายสุวรรณ ศรีนาค เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการแปรรูปอาหารจากหมูที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพที่ได้รับความรักและความนับถือจากคนในชุมชน ด้วยจิตอาสาและความมุ่งมั่น ในการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงได้เปิดพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ และสืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ประชาชนและผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง............... กระบวนการจัดการเรียนรู้ ..........นายสุวรรณ ศรีนาค ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเน้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมสาธิตขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างอาชีพได้ ทั้งยังใช้บ้านพักเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนและชุมชน........
อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล
เป็นแพทย์แผนไทย โดยใช้สมุนไพรที่หาได้จากธรรมชาติและมีสรรพคุณมากในการรักษาโรคให้กับเด็กและมีสูตรให้หายเร็วคือ ผสมดีปลี กระเทียม แล้วบีบน้ำมะนาวเข้าไปซึ่งมีประโยชน์มากทำให้อาการหายเร็วขึ้น
อ.โพธาราม ต.เจ็ดเสมียน
วิสาหกิจชุมชนคชาบ้านเจ็ดเสมียน ตั้งอยู่ที่ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีจุดเริ่มต้นจากภูมิปัญญาพื้นบ้านของชุมชนเจ้าพระยาตาประกำ โดยมีนางสาวดวงใจ เอี่ยมสอาด เป็นประธานกลุ่ม เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตที่สำคัญของท้องถิ่นการพัฒนาและผลิตภัณฑ์เด่นน้ำมันไพลสด: ต่อยอดจากภูมิปัญญาการทำน้ำมันไพลดั้งเดิม จนได้มาตรฐานการยอมรับและนำมาใช้ในการผ่อนคลายบำบัดกล้ามเนื้อการนวดแผนไทย: พัฒนาระบบการนวดและการแพทย์แผนไทยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้บริการดูแลสุขภาพในชุมชนการรักษาแบบโบราณ: มีเอกลักษณ์การบำบัดอาการเส้นตึงด้วยการใช้เท้าเหยียบน้ำมันไพลคู่กับจอบขุดดินเผาไฟให้ร้อนกิจกรรมและฐานการเรียนรู้ลานคุณธรรม: จัดตั้งขึ้นภายใต้วิถีเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพึ่งพาตนเองและสร้างความสุขร่วมกันในชุมชนฐานเรียนรู้ BCG: ส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ฐานตานีสยาม และการรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้กิจกรรมบำบัดสุขภาพ: ร่วมมือกับเครือข่ายภายนอกจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ เช่น นาฏยศิลป์บำบัดเพื่อเติมพลังใจ วิสาหกิจชุมชนคชาบ้านเจ็ดเสมียน ตั้งอยู่ที่ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีจุดเริ่มต้นจากภูมิปัญญาพื้นบ้านของชุมชนเจ้าพระยาตาประกำ โดยมีนางสาวดวงใจ เอี่ยมสอาด เป็นประธานกลุ่ม และได้รับการสนับสนุนพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตที่สำคัญของท้องถิ่น
อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล
นางลำยอง ศรีสวัสดิ์ อาศัยอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลท่าชุมพล เป็นผู้มีความรู้ความสามรถในการสานกระจาดหาบจากไม้ไผ่ ซึ่งสืบทอดจากรุ่นปู่ย่า ตายาย มาจนถึงปัจจุบัน นางลำยอง ศรีสวัสดิ์ ยังสามารถสานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ไผ่ได้อีกมาก เช่น กระจาดหาบใส่เหรียญโปรยทาน กระจาดหาบของ กระด้ง ฯลฯ
อ.โพธาราม ต.เจ็ดเสมียน
วัดใหม่ชำนาญ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่ หมู่1 ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยข้อมูลพื้นฐานระบุว่าวัดแห่งนี้ได้รับการตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. 2419 และมีพื้นที่ตั้งวัดเนื้อที่รวม 10 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ตั้งอยู่ในท้องถิ่นประวัติศาสตร์ ลุ่มน้ำแม่กลองตำบลเจ็ดเสมียนมีชื่อเสียงและประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายหรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
อ.โพธาราม ต.เจ็ดเสมียน
วัดสนามชัยเป็นวัดที่สร้างมานาน ไม่ทราบประวัติที่แน่นอน จากคำบอกเล่าทราบว่า พระวิเชน ซึ่งเป็นนายกองช้างเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างวัด โดยเจ้าอาวาสวัดสนามชัยที่มีชื่อเสียง คือ พระครูอินทโมฬี (ชาวบ้านนิยมเรียก พระครูสุง) เนื่องจากท่านเป็นพระเถระที่มีคนเคารพนับถือมาก นอกจากนี้ท่านยังได้ ร่วมกับราษฎรจำนวนหนึ่งกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เพื่อขอรับ พระราชทานวิสุงคามสีมา และพระองค์ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กรมการปัก กำหนดโดยยาว 40 วา 2 ศอก กว้าง 20 วา เมื่อปี พ.ศ. 2431 หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2442 ทางวัดได้เริ่มสร้างพระอุโบสถ โดยสร้างฐานราก ก่อผนังทั้งสี่ด้าน มีฐานชุกชีพระประธาน แล้วทำพิธีฝังลูกนิมิต การก่อสร้าง โดยนายช่างคนไทย แต่การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงเมื่อ หลวงตายัง เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้มรณภาพ ต่อมาถึงสมัยหลวงตาชื่นเป็นเจ้าอาวาส ได้เริ่มก่อสร้างพระอุโบสถต่อจากเดิม และมีการย้ายกุฏิพระ ให้มารวมอยู่กับหอสวดมนต์ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับศาลาการเปรียญ การก่อสร้างพระอุโบสถแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2469 ในสมัยสมภารหู้เป็นเจ้าอาวาส นอกจากนี้ สมภารหู้ ยังได้สร้างหอฉันขึ้นมาอีกด้วย หลังจากนั้น สมภารหู้ได้ลาสิกขาบท และจำนวนพระที่มาบวชใหม่ก็ลดลง ทำให้วัดสนามชัยเริ่มทรุดโทรมลง เนื่องจากไม่มีการดูแลอย่างทั่วถึง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2488 พระประหยัด ปัณฑิโต (วงศ์ยะรา) นักธรรมเอกจากวัดโคกบำรุงราษฎร์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มาเป็นเจ้าอาวาสวัด ท่านได้พัฒนาวัดในหลายๆ ด้าน จากเดิมที่มีพระเพียงรูปเดียว จนมีพระและสามเณรอยู่จำพรรษากว่า 50 รูป มีการเรียนบาลีนักธรรม และเปิดสอนโรงเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ในปีพ.ศ. 2497 ต่อมาวัดสนามชัย ได้ขยายอาณาเขตออก 3 ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออกของวัด มีการซื้อที่เป็นที่ธรณีสงฆ์ ประมาณ 40 ไร่ สร้างโรงเรียนมัธยมวัดสนามชัย พร้อมสนามฟุตบอล รวมทั้งจัดตั้งมูลนิธิของวัด ปัจจุบัน วัดสนามชัย ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ภายในวัดมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่มีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม คือ พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และหอระฆัง
อ.โพธาราม ต.เจ็ดเสมียน
วัดตึก หรือ วัดตึกหิรัญราษฎร์ ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีประวัติสำคัญคือ ในปี พ.ศ. 2438 รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับที่ตึกใหญ่ริมน้ำ และเคยเป็นสำนักตักศิลาที่มีพระเกจิอาจารย์ดัง เช่น หลวงปู่อ่อน และหลวงปู่เหลือบประวัติและความเป็นมาที่มาของชื่อวัด: ในอดีตบริเวณนี้มีตึกหรือวังหลังใหญ่ริมแม่น้ำ และเมื่อปี พ.ศ. 2438 (ร.ศ. 114) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงเสด็จประพาสมณฑลราชบุรี และเคยเสด็จมาประทับที่ตึกแห่งนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อ "วัดตึก"ศูนย์กลางวิชาอาคม: ในอดีตวัดนี้เป็นเหมือนสำนักเรียนและสำนักปฏิบัติธรรมโบราณ (ตักศิลา) ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิชาอาคมและความศักดิ์สิทธิ์ มีพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่ารูปสำคัญอยู่จำพรรษา เช่น หลวงปู่อ่อน อินทสุวณฺโณ (ปฐมเจ้าอาวาส) และหลวงปู่เหลือบ วรธัมโม
อ.โพธาราม ต.เจ็ดเสมียน
วัดเจ็ดเสมียน ตั้งอยู่ที่ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเป็นชุมชนริมน้ำโบราณโดยชื่อ "เจ็ดเสมียน" มีตำนานเล่าว่าเกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (เมื่อครั้งเป็น พระยาวชิรปราการ) ทรงรวบรวมไพร่พลและมีเสมียนไทยกลุ่มหนึ่งจำนวน 7 คนมาหลบภัยและตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ซึ่งวัดมีความร่มรื่นและเป็นศูนย์กลางจิตใจของชุมชนมาอย่างยาวนาน รวมถึงใกล้กับตลาดเก่า119 ปีเจ็ดเสมียน
อ.โพธาราม ต.เจ็ดเสมียน
โรงงานไชโป้วหวานแม่บุญส่ง คำนึงถึงผู้บริโภค ทั้งในด้านความสะอาด และความปลอดภัยในสินค้า ดังคำขวัญที่ว่า “ไชโป้วหวานแม่บุญส่ง คงไว้ซึ่งความอร่อย” ซึ่งจะเห็น ได้จากเครื่องหมายการันตี ทางการค้า ต่างๆ จึงได้นำหัวไชโป้วเค็มมาดองแบบหวานหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของแม่บุญส่งเอง โดยใช้น้ำตาลทรายล้วนๆ มาเป็นวัตถุดิบหลักรวมถึงทุกขั้นตอนจะได้รับการดูแล เอาใจใส่ในคุณภาพจนได้ผลิตภัณฑ์ที่สะอาด กรอบ อร่อย ปลอดภัย เนื่องจากไชโป้วหวานแม่บุญส่ง ไม่ใส่สี ไม่ใส่ขัณฑสกร และไม่ใส่สารบอแรกซ์ ไชโป้วหวานแม่บุญส่ง ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ ในการประกอบอาหารไทยหลากหลายชนิด ลูกค้าสามารถนำไปเพิ่มรสชาติและใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารได้มากมาย
อ.โพธาราม ต.เจ็ดเสมียน
นางสุพัตรา บัวอ่อน เป็นวิทยากรสอนกลุ่มอาชีพ หลากหลายหลักสูตร เช่น ผ้าพิมพ์ใบไม้ การเพ้นท์ผ้า เป็นต้น และมีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า ตลอดจนเป็นอสม. และยังมีอีกหลายตำแหน่งในตำบลทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับกลุ่มอาชีพ ในหลายๆตำบลของอำเภอโพธาราม และตามหน่วยงาน สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ที่มาฝึกอบรมได้เป็นอย่างดี