ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี
อ.ดำเนินสะดวก ต.ประสาทสิทธิ์
นามเดิม: รวีโรจน์ ใจซื่อสมบูรณ์ วันเกิด: วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ภูมิลำเนา: ตำบลดอนไผ่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี การอุปสมบท วันอุปสมบท: วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2525 สถานที่อุปสมบท: วัดปราสาทสิทธิ์ (หลักห้า) ตำบลประสาทสิทธิ์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี พระอุปัชฌาย์: พระครูพิพัฒน์สาครธรรม (บุญธรรม คุณสมฺปนฺโน) [วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร] อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร การศึกษา สอบได้นักธรรมเอก จากสำนักเรียนวัดปราสาทสิทธิ์ จังหวัดราชบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) จาก[มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย] ลำดับสมณศักดิ์และตำแหน่งการปกครอง พ.ศ. 2549: เป็นรองเจ้าอาวาสวัดปราสาทสิทธิ์ และเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ. 2563: ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดปราสาทสิทธิ์ พ.ศ. 2563: เป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดราชบุรี แห่งที่ 12 พ.ศ. 2567: ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งผู้รักษาการแทนเจ้าคณะตำบลบัวงาม
อ.จอมบึง ต.แก้มอ้น
ชื่อภูมิปัญญา ประเพณีการทำเสนเรือน (เลี้ยงผีบรรพบุรุษ) ชื่อ นางประคอง บุญรัตน์ ความเป็นมาของบุคคลคลังปัญญา พิธีเสนเรือนเป็นประเพณีเกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องของผี วิญญาณ บรรพบุรุษของชาวไทยทรงดำบ้านของนางประคอง บุญรัตน์ ม.2 ตำบลแก้มอ้น อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเซ่นผีเรือน ได้แก่ ผีพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่ล่วงลับไปแล้ว และได้ทำพิธีอัญเชิญมาไว้บนเรือน โดยจัดให้อยู่มุมห้อง ๆ หนึ่ง ทางหัวสกัดของบ้านเป็นการสมมติไม่มีกระดูกและสัญลักษณ์ใด ๆ ว่าเป็นผีตนใด เป็นที่ว่างเปล่า ตรงนั้นจะเรียกว่า "กะล้อห้อง” ซึ่งแปลว่ามุมห้อง ตามปกติที่ตรงนั้นจะมีถ้วยชามและแก้วน้ำตั้งอยู่และข้างฝาบริเวณนั้นจะเจาะเป็นรูกลมเท่าไข่เป็ดลอดไว้ด้วย พิธีเสนเรือนนิยมทำกันเป็นประจำแต่ละบ้านทุกปีหรือ ๒-๓ ปีครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผีเรือนของตนได้มารับเครื่องเซ่นไหว้จากลูกหลาน เป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญู ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว เชื่อกันว่าเมื่อได้จัดพิธีเซ่นไหว้ผีเรือนแล้วผีเรือนจะปกป้องคุ้มครองรักษาตนและครอบครัวให้มีความสุขเจริญก้าวหน้าทำมาค้าขึ้น จุดเด่นของภูมิปัญญาท้องถิ่น พิธีเสนเรือนกระทำในเดือนใดก็ได้ ยกเว้นเดือน ๙ และเดือน ๑๐ ทั้ง ๒ เดือนนี้ เพราะถือกันว่าผีเรือนไม่อยู่บ้านไปเฝ้าเทวดา ดังคำกล่าว "เดือนสิบเดือนเก้าผีเฮือนต่างไปเฝ้าแถน” ดังนั้น การทำพิธีเสนเรือนในระยะ ๒ เดือนนี้ จึงไม่บังเกิดผลใด ๆ โดยปกติแล้วมักทำกันในระยะที่ว่างจากการทำนา แต่ในเดือน ๕ ไม่นิยมทำเพราะช่วงดังกล่าวนี้เป็นหน้าแล้ง ไม่ค่อยมีความอุดสมสมบูรณ์ในเรื่องข้าวปลาอาหารและผลไม้ การงดเว้นไม่จัดทำพิธีเสนเรือนนั้น อาจทำให้ผีเรือนของตนอดอยาก และในที่สุดผีเรือนอาจก่อความเดือดร้อนให้ตนและคนที่อยู่ในครอบครัวได้ ดังนั้นทางที่ดีจึงควรทำพิธีเสนเรือนสักครั้งหนึ่งในรอบปี หรือ ๒-๓ ปี ผีในตระกูลเดียวกันเรียกว่า "สิ่ง” เดียวกัน ผีเรือน คือ ผีที่ตายในบ้านนั้น เช่น แก่ตาย และตายดีไม่ใช่ตายโหง ผีตายเพราะอุบัติเหตุเรียกว่าตายโหงจะไม่นำมาเป็นผีเรือน ผีที่ตายในบ้านหลังจากที่เผาศพแล้วจะมีการทำพิธีอัญเชิญวิญญาณให้มาอยู่บนบ้าน เรียกว่าพิธีเรียกผีขึ้นเรือน ทุกบ้านจะมีรายชื่อของผู้ตายหรือบัญชีของผีประจำเรือนไว้เรียกว่า "ปั๊บผีเฮือน” ในวันเสนเรือนหมอเสนจะนำปั๊บผีเรือนมาอ่านรายชื่อผีเรือนเพื่อเชิญมาให้รับของเซ่นไหว้ทีละ ๑ ตน ห้องผีเรือนนี้ปกติเจ้าของบ้านจะระวังมิให้บุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้รับอนุญาตเข้าไป ถ้าเผลอเข้าไปโดยที่เจ้าของบ้านมิได้บอกกล่าวผีเรือนถือว่าเป็นการผิดผี เจ้าของบ้านอาจได้รับเคราะห์เอง การประกอบพิธีเสนเรือนมีขั้นตอน ดังนี้ เริ่มจาก นำส่วนที่สำคัญของหมู เช่น หัวหมู ซี่โครงหมู ขาหมู (หน้า-หลัง) หางหมู มาต้ม ให้สุกทั้งตัว และมาประกอบกันให้เป็นตัวหมู แล้วใส่ไว้ใน "ปานเผือน” (ภาชนะจักสานคล้ายกระจาด) เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ โดยนำไปวางไว้ที่ห้องผีเรือน การดำเนินการจะเป็นหน้าที่ของหมอเสน นอกจากหมูแล้ว อาหารที่นำไป เซ่นไหว้ที่สำคัญประกอบด้วย ขนมต่างๆ ได้แก่ ข้าวต้มมัด มันต้ม เผือกต้ม และผลไม้ ตามฤดูกาล ส่วนของคาว จะประกอบด้วย ไก่ต้ม หรือไก่ซ้อง ที่ต้องต้มให้สุกทั้งตัว ปลาช่อนย่าง ๑ ตัว แกงบอน แกงหน่อไม้ดอง ต้มกระดูกหมูใส่หน่อไม้ดอง ลาบเลือด ที่ขาดไม่ได้คือ ขนมจีนน้ำยา นำอาหารทุกอย่างใส่ไว้ที่ปานเผือน เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ พร้อมกับหมูที่เตรียมไว้ จากนั้นลูกหลานก็จะยกปานเผือน ที่ใส่อาหารไว้เข้าไว้ในห้องผี เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ต่อไป นอกจากอาหารแล้ว จะมีเหล้าอีก ๑ ขวด ในการเซ่นไหว้ ในพิธีการ หมอเสนจะให้ลูกหลานยกปานเผือนขึ้นเหนือหัว แล้วกล่าวตามหมอเสน โดยเรียกและกล่าวชื่อของบรรพบุรุษให้มากินอาหารที่ลูกหลานได้นำมาเซ่นไหว้ และหากมีสิ่งใดที่ลูกหลานได้กระทำผิดก็จะมีการกล่าวคำขอโทษด้วย หลังจากพิธีการผ่านไป ๑ ชั่วโมง หมอเสนก็จะมีการบอกกล่าวกับบรรพบุรุษอีกครั้งว่า หลังจากบรรพบุรุษได้กินอิ่มแล้ว จะนำปานเผือนที่มีอาหารนี้ไปให้ลูกหลานได้กินกัน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ลูกหลานต่อไป ที่สำคัญพิธีและประเพณีนี้จะต้องเชิญเพื่อนบ้านที่เป็นไทยทรงดำมากินอาหารด้วย
อ.ดำเนินสะดวก ต.ประสาทสิทธิ์
นางสาวนิภา เอกแก้วนำชัย เกิด วันที่ 26 มกราคม 2513 จบปริญญาตรีสาขา วิทยาศาสตร์เคมี มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อตั้งโดย พทภ.นิภา เอกแก้วนำชัย เกิดจากกลุ่มคนในตำบลประสาทสิทธิ์ที่มีแนวคิดรักษาสุขภาพ ร่วมกันนำภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย และพืชสมุนไพรท้องถิ่นมาแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและโฮมสเตย์ท่ามกลางสวนมะพร้าว จุดเริ่มต้นและการเติบโต แนวคิดชุมชน: รวมตัวกันของคนในท้องถิ่นเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน ผู้นำทางความรู้: นำโดยคุณนิภา ผู้มีความรู้ด้านเคมี เภสัชกรรมไทย และการทำสปา การขยายกิจการ: จดทะเบียนในนาม บริษัท บ้านแก้วสมุนไพร จำกัด และทำท่องเที่ยวชุมชนควบคู่กัน ผลิตภัณฑ์เด่น น้ำสมุนไพรชินเอม่อน: ช่วยขับลมและบรรเทากรดไหลย้อน ยาน้ำมันผสมไพล: บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการทำงาน กิจกรรมการเรียนรู้: เปิดสอนทำยา ขนม เครื่องสำอาง และชาสมุนไพรให้ผู้สนใจ
อ.ดำเนินสะดวก ต.ประสาทสิทธิ์
ก่อตั้งโดย พทภ.นิภา เอกแก้วนำชัย เกิดจากกลุ่มคนในตำบลประสาทสิทธิ์ที่มีแนวคิดรักษาสุขภาพ ร่วมกันนำภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย และพืชสมุนไพรท้องถิ่นมาแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและโฮมสเตย์ท่ามกลางสวนมะพร้าว จุดเริ่มต้นและการเติบโต แนวคิดชุมชน: รวมตัวกันของคนในท้องถิ่นเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เด่น น้ำสมุนไพรชินเอม่อน: ช่วยขับลมและบรรเทากรดไหลย้อน ยาน้ำมันผสมไพล: บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการทำงาน กิจกรรมการเรียนรู้: เปิดสอนทำยา ขนม เครื่องสำอาง และชาสมุนไพรให้ผู้สนใจ
อ.โพธาราม ต.ดอนทราย
ประวัติความเป็นมา นางวรรณา ศิลานิล เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2513 ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ที่ 6 ตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ประกอบอาชีพ ค้าขาย ควบคู่กับการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของชุมชน โดยดำรงตำแหน่ง ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเป็น สมาชิกสภาเทศบาลตำบลดอนทราย (สท.) มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุข การส่งเสริมสุขภาพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ด้วยความสนใจในการสร้างสรรค์งานฝีมือและการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น นางวรรณาได้ศึกษา ฝึกฝน และพัฒนาทักษะด้าน การประดิษฐ์งานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ รวมถึง การทำอาหารและขนมไทย จนเกิดความชำนาญ สามารถประยุกต์ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่สวยงาม มีคุณค่า และสามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพหรือสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนได้ นอกจากนี้ นางวรรณายังเป็นผู้ที่มีจิตอาสาและเสียสละในการทำงานเพื่อสังคม มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และการรณรงค์กิจกรรมด้านสาธารณสุขในตำบลดอนทรายมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ว่าเป็นผู้นำชุมชนที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นแบบอย่างของการทำงานเพื่อส่วนรวม จากประสบการณ์และองค์ความรู้ที่สั่งสมมา นางวรรณา ศิลานิล จึงได้รับการยกย่องให้เป็น แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล ของตำบลดอนทราย พร้อมถ่ายทอดความรู้ด้านการประดิษฐ์งานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ การทำอาหารและขนม ตลอดจนการสร้างจิตสำนึกด้านการดูแลสุขภาพและการทำงานจิตอาสาแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนผู้สนใจ เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ด้วยความรู้ ความสามารถ และความเสียสละในการทำงานเพื่อส่วนรวม นางวรรณา ศิลานิล จึงได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลของตำบลดอนทราย เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ การทำอาหารและขนม ตลอดจนการสร้างจิตสำนึกด้านการดูแลสุขภาพและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน อันเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างยั่งยืนกระบวนการจัดการเรียนรู้
อ.โพธาราม ต.ดอนทราย
ประวัติความเป็นมา เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานจักสานของตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่เกิดขึ้นจากการสืบทอดองค์ความรู้ด้านการจักสานจากบรรพบุรุษ โดยนำวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชน เช่น ไผ่ หวาย และวัสดุจากพืชท้องถิ่น มาประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือประกอบอาชีพ และของตกแต่งที่มีความสวยงามและคงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในด้านการออกแบบ สีสัน และการใช้งาน ทำให้ผลิตภัณฑ์จักสานของกลุ่มได้รับความสนใจจากประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ปัจจุบัน มณีคำจักสาน ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จักสานเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ขั้นตอนการจักสาน ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุ การเตรียมเส้นตอก เทคนิคการสาน การตกแต่งผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถสร้างรายได้แก่ครัวเรือนและชุมชน แหล่งเรียนรู้แห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ อันเป็นการช่วยรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตำบลดอนทรายให้คงอยู่สืบไป พร้อมทั้งสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในชุมชนตามแนวทางของศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล ดอนทราย ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ มณีคำจักสาน เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่เกิดจากการสืบทอดองค์ความรู้ด้านการจักสานจากคนรุ่นก่อนสู่คนรุ่นปัจจุบัน โดยนำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นมาประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีความประณีต สวยงาม และสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงกระบวนการจัดการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ มณีคำจักสาน ตำบลดอนทราย จัดการเรียนรู้โดยเน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านและผู้มีประสบการณ์ด้านงานจักสาน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำทักษะไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันหรือประกอบอาชีพได้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย 1. ศึกษาความเป็นมาและความสำคัญของงานจักสาน รวมถึงคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น 2. เรียนรู้การคัดเลือกและเตรียมวัสดุธรรมชาติที่ใช้ในการจักสาน 3. ฝึกปฏิบัติเทคนิคพื้นฐานในการจักสาน เช่น การสานลายพื้นฐาน การขึ้นรูป และการตกแต่งผลิตภัณฑ์ 4. พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบที่สวยงาม ทันสมัย และสามารถเพิ่มมูลค่าได้ 5. เรียนรู้การบรรจุภัณฑ์ การตลาด และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งในชุมชนและช่องทางออนไลน์ 6. สรุปผลการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำผลงานที่สร้างสรรค์ไปใช้ประโยชน์หรือสร้างรายได้
อ.จอมบึง ต.แก้มอ้น
ชื่อภูมิปัญญา การทำขนมไทย ชื่อ นางพวงเพ็ชร นามสกุล ยศส้ม โทรศัพท์ 0956932282 ความเป็นมาของบุคคลคลังปัญญา การทำขนมไทย คือภูมิปัญญาที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งแต่ละครัวเรือนได้ทำกันมาอย่างสม่ำเสมอ สมัยนี้ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่มากทั้งในรูปแบบครัวเรือน ขนมไทยหัตถกรรมความอร่อยที่แสดงออกถึงความอ่อนช้อยของความเป็นไทย ตั้งแต่ครั้งอดีตกาลที่ก่อกำเนิดภูมิปัญญาไทยหลากหลายอย่างให้สืบสานต่อทั้งวิถีชีวิตประเพณี วัฒนธรรม ที่สามารถนำวัสดุมีอยู่ในท้องถิ่นมาปรุงแต่งเป็นของหวานได้มากหลายรูปแบบ จัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าคนไทยมีลักษณะนิสัยอย่างไร เพราะขนมแต่ละชนิดล้วน มีเสน่ห์ แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อน ประณีต วิจิตรบรรจงในรูปลักษณ์ ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ วิธีการทำที่กลมกลืน ความพิถีพิถัน สีที่ให้ความสวยงาม มีกลิ่นหอม รสชาติของขนมที่ละเมียดละไมชวนให้รับประทาน แสดงให้เห็นว่าคนไทยเป็นคนใจเย็น รักสงบ มีฝีมือเชิงศิลปะวิถีชีวิตของคนไทยนั้นเป็นสังคมเกษตรที่มีผลิตผลทางธรรมชาติอยู่มากมาย เช่น กล้วย อ้อย มะม่วง รวมไปถึงข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ฯลฯ ที่สามารถปรุงเป็น ขนม ได้มากมายหลายชนิด เช่น อยากได้ กะทิ ก็เก็บมะพร้าวมาขูดคั้นน้ำกะทิ อยากได้ แป้งก็นำข้าวมาโม่เป็นแป้งทำขนมอร่อยๆ เช่น บัวลอย กินกันเองในครอบครัวขนมไทยถูกนำไปใช้ในงานบุญตามประเพณีและงานพิธีกรรม ที่เกี่ยวข้องในวิถีชีวิตชาวไทย
อ.โพธาราม ต.ดอนทราย
ประวัติความเป็นมา แหล่งเรียนรู้ปลาส้มประชารัฐของ ผู้ใหญ่บรรจง เจริญสุขนภากุล เกิดจากการนำภูมิปัญญาการถนอมอาหารของคนในชุมชนมาพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพ โดยใช้ปลาน้ำจืดที่หาได้ในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็น ปลาส้ม ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการประมง ในระยะแรกเป็นการผลิตเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ต่อมามีการรวมกลุ่มสมาชิกในชุมชนภายใต้แนวคิด ประชารัฐ ที่เน้นความร่วมมือระหว่างประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการผลิต บรรจุภัณฑ์ และการตลาด จนได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในและนอกพื้นที่ ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ปลาส้มประชารัฐ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเจริญสุขรวมมิตรเพื่อการเกษตร บ้านบางลาน หมู่ที่ 2 ตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกิดขึ้นจากแนวคิดของ นายบรรจง เจริญสุข ที่เล็งเห็นความสำคัญของการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรและประมงในท้องถิ่น โดยนำภูมิปัญญาการถนอมอาหารแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ปลาส้มประชารัฐ ซึ่งใช้ปลาน้ำจืดสดจากแหล่งผลิตในพื้นที่ ผ่านกระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบ การปรุงรส และการหมักด้วยสูตรเฉพาะที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ปัจจุบันแหล่งเรียนรู้แห่งนี้เป็นศูนย์ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปปลาส้มและการสร้างอาชีพให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจ โดยเปิดให้ศึกษาดูงานและฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูป การบรรจุภัณฑ์ การคำนวณต้นทุน การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการตลาด เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน กระบวนการจัดการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ปลาส้มประชารัฐมุ่งเน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ควบคู่กับการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้ 1. การสร้างความรู้และความเข้าใจ • แนะนำประวัติความเป็นมาของการทำปลาส้มและวิสาหกิจชุมชน • อธิบายความสำคัญของการแปรรูปอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต • ให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดเลือกวัตถุดิบ หลักสุขาภิบาลอาหาร และมาตรฐานการผลิต 2. การสาธิตกระบวนการผลิต • การคัดเลือกปลาน้ำจืดที่มีคุณภาพ • การทำความสะอาดและเตรียมวัตถุดิบ • การปรุงส่วนผสมและการหมักตามสูตร • การควบคุมระยะเวลาและอุณหภูมิในการหมัก • การตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ 3. การฝึกปฏิบัติจริง • ผู้เรียนลงมือเตรียมวัตถุดิบด้วยตนเอง • ฝึกการปรุงและหมักปลาส้มตามขั้นตอน • ฝึกการบรรจุภัณฑ์และติดฉลากผลิตภัณฑ์ • เรียนรู้การคำนวณต้นทุน กำหนดราคาจำหน่าย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม
อ.โพธาราม ต.ดอนทราย
ประวัติความเป็นมา วัดบางลาน ที่เที่ยวราชบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 57 หมู่ที่ 2 ตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน - ตารางวา วัดบางลาน สร้างเมื่อก่อน พ.ศ. 2360 ประกาศตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2360 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2470 วัดบางลาน เดิมชื่อวัดพระไทย และเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดใหม่”เพราะสร้างวัดทีหลังวัดอื่น ๆ และมีเหตุการณ์เล่าขานในเวลาต่อมาว่า ในวันหนึ่งมีชาวบ้านมาทำบุญที่วัดและนำหลานมาด้วย แต่มองไม่เห็นหลานของตนเอง ทั้ง ๆที่หลานก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ชาวบ้านจึงเรียกว่า วัดบังหลาน พูดกันต่อมาจนภาษาเปลี่ยนไปเป็น “วัดบางลาน” และหมู่บ้านที่วัดตั้งอยู่ก็เรียกว่า “บ้านบังลาน”แต่อีกสำนวนหนึ่งกล่าวว่า ในอดีตหมู่บ้านนี้มี ต้นลาน (พืชสกุลปาล์ม) ขึ้นอยู่เยอะมาก จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านบางลาน”วัดที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านนี้ จึงเรียกว่า “วัดบางลาน” ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ วัดบางลานเป็นศูนย์กลางของการดำเนินชีวิตด้านศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีของชาว ตำบลดอนทรายมาอย่างยาวนาน เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่น การทำบุญตักบาตร วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานบวช งานทอดกฐิน และงานทอดผ้าป่า อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชนและเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ วัดบางลานยังมีบทบาทสำคัญด้านการศึกษา โดยในอดีตเป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้และอบรมคุณธรรมแก่เยาวชน ก่อนที่จะมีการจัดตั้ง โรงเรียนวัดบางลาน ขึ้นในปี พ.ศ. 2464 เพื่อเป็นสถานศึกษาของชุมชน ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของวัดในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในด้านการเป็นแหล่งเรียนรู้ วัดบางลานเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน และผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับ • ประวัติศาสตร์และพัฒนาการของชุมชนตำบลดอนทราย • หลักธรรมคำสอนและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา • ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมของวัด • ประเพณีท้องถิ่น โดยเฉพาะ ประเพณีสารทลาวเวียง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายลาวเวียงในพื้นที่ • การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 200 ปี วัดบางลานจึงไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของตำบลดอนทราย เป็นศูนย์กลางในการสืบทอดพระพุทธศาสนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมของชุมชนให้คงอยู่สืบไปจนถึงปัจจุบัน.
อ.โพธาราม ต.ดอนทราย
ประวัติความเป็นมา วัดท่ามะขาม ตั้งอยู่เลขที่ 70 บ้านท่ามะขาม หมู่ที่ 7 ตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 36 ไร่ 60 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือจด ที่ดินเอกชน ทิศใต้จดลำรางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกจดที่ดินเอกชน ทิศตะวันตกจดคลอง มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 6 ไร่อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 7.90 เมตร ยาว 28.20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2512 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย ศาลาการเปรียญ กว้าง 35 เมตร ยาว 41 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2540 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย หอสวดมนต์ กว้าง 8.50 เมตร ยาว 19 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2528 เป็นอาคารไม้ทรงไทย กุฏิสงฆ์ จำนวน 3 หลัง เป็นอาคารไม้ ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ วัดท่ามะขาม ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2325 เดิมชาวบ้านเรียกขานกันว่า วัดท่าข้าม ต้นตระกูลบุญมี เป็นผู้ริเริ่มก่อสร้าง ได้รับพระราชทานวิสงครามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2515 การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระพุก รูปที่ 2 พระสาย รูปที่ 3 พระเพชร รูปที่ 4 พระผ่อน รูปที่ 5 พระครูโพธิสาทร (จำปี อธิปุญโญ) รูปที่ 6 พระครูสมุห์ย สนฺตจิตโต รูปที่ 7 พระปลัดลำยอง กาลวิชโย พ.ศ.2544 - ปัจจุบัน E การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2515 ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ พระพุทธรูปสำคัญประจำวัดท่ามะขาม ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งนั้น คือ หลวงพ่อทองเหลือศิลาแลง ซึ่งได้รับการนับถือจากชาวบ้านท่ามะขามมาอย่างช้านาน เดิมพระพุทธรูปองค์นี้ได้ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์วัดท่ามะขาม ต่อมาได้มีการก่อสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาสวัดท่ามะขาม ทางท่านพระครูสุธรรมวิชัย (หลวงพ่อลำยอง กาลวิชโย ) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ท่านได้มีดำริให้นำหลวงพ่อทองเหลือศิลาแลงนำมาประดิษฐานเป็นพระประฐานในวิหาร เพื่อให้ศาสนิกชนได้เข้ากราบสักการะขอพรได้สะดวกขึ้น หลวงพ่อทองเหลือศิลาแลง เป็นพระพุทธรูปที่สร้างจากวัสดุหินทรายแดง จากพุทธลักษณ์และข้อมูลคาดว่าน่าจะสร้างให้ช่วงยุคกรุงศรีอยุธยาตอนต้นอยู่ในช่วงประมาณ พ.ศ. 1893 – 1991 มีอายุราวๆประมาน 700-600 ปี พุทธลักษณะ พระพักตร์: มีลักษณะค่อนข้างเหลี่ยม พระหนุ (คาง) ป้าน ขอบพระพักตร์มีกรอบไรพระศกชัดเจนพระเกศา ทำเป็นเม็ดศกแบบหนามขนุน โดยมีไรพระศก (เส้นบริเวณหน้าผาก) เป็นเส้นตรงชัดเจนตามอิทธิพลศิลปะอยุธยาตอนต้น พระรัศมี ทำเป็นเปลวเพลิงเหนืออุษณีษะ (ส่วนบนของพระเศียร) พระวรกาย พระอังสา (ไหล่) กว้างใหญ่ พระอุระผาย แสดงถึงความแข็งแกร่งและบึกบึน พระหัตถ์(มือ)วางลักษณะของปางมารวิชัย แนวชายสังฆาฏิยาวลงมาจรดถึงพระนาภี (สะดือ) และตัดตรงปลาย ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากและยังเป็นข้อมูลแสดงให้เห็นว่าชุมชนบ้านท่ามะขามนี้มีประวัติการมีอยู่มาอย่างยาวนานจากหลักฐานและข้อมูลต่างๆที่ยังพอหลงเหลืออยู่ เชิญสักการะกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อทองเหลือศิลาแลง และรูปเหมือนหลวงพ่อเพชร พุทธสโร พระครูโพธิสาธร(หลวงพ่อจำปี อธิปุญโญ) ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00-17:00 น. ณ วิหาร ข้างอุโบสถวัดท่ามะขาม **************************************** การทำน้ำมันยาสมุนไพร มีสรรพคุณว่านยานานาชนิด และได้รับความเมตตาจากอาจารย์ปู่สุพิศ เมตตาเสกว่านยาให้เกิดความเข้มขลัง ถือเป็นยาสมุนไพรน้ำมันมนต์ที่มีคุณวิเศษยิ่ง น้ำมันยาสมุนไพรนี้มีสรรพคุณใช้ทาบรรเทาอาการปวดเมื่อย ฟกช้ำดำเขียวเคล็ดขัดยอก แผลสด แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก นำมาทาตรงบริเวทที่มีอาการให้ทั่ว นวดเพื่อคลายเส้น บรรเทาอาการปวดได้ดียิ่ง
อ.โพธาราม ต.ดอนทราย
ประวัติความเป็นมา โรงเรียนวัดดอนทราย(สุวรรณรัฐราษฎร์อุปถัมภ์) เป็นโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งเป็นลำดับที่ 53 ของอำเภอโพธาราม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2518 โดยพระอธิการเหรียญรังสี เจ้าอาวาสวัดดอนทราย บนพื้นที่ 5 ไร่ 2 งาน เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 355 คน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนทราย ปี พ.ศ. 2567 ถึง ปัจจุบัน นางสาววีรวรรณ ภมร ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียนวัดดอนทราย(สุวรรณรัฐราษฎร์อุปถัมภ์) ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ โรงเรียนวัดดอนทราย (สุวรรณรัฐราษฎร์อุปถัมภ์) มุ่งพัฒนาผู้เรียนควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบาทเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน โดยจัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนในชุมชน ให้ได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ภายในแหล่งเรียนรู้มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การปลูกผักสวนครัว การเพาะพันธุ์พืช การทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ การจัดการขยะ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็ก และการใช้พื้นที่เกษตรเพื่อการเรียนรู้ โดยบูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกคิด วิเคราะห์ วางแผน และลงมือปฏิบัติจริง สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและขยายผลสู่ครอบครัวและชุมชน การดำเนินงานของแหล่งเรียนรู้ได้รับความร่วมมือจากคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง วัด หน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายชุมชนในตำบลดอนทราย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงแก่ผู้สนใจ ทั้งในและนอกสถานศึกษา ปัจจุบัน แหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนวัดดอนทรายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งสร้างผู้เรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบ รู้จักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีทักษะในการประกอบอาชีพ และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี อันเป็นแนวทางสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและชุมชนอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
อ.โพธาราม ต.ดอนทราย
ประวัติความเป็นมา ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลดอนทราย (ศกร.ระดับตำบลดอนทราย) อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ กระบวนการโครงงาน (Project-Based Learning : PBL) มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ฝึกการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับชุมชน โดยนำปัญหาและทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาเป็นฐานในการพัฒนาโครงงาน ตลอดจนสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน การดำเนินงานเริ่มจากการสำรวจปัญหาและความต้องการของชุมชนตำบลดอนทราย เช่น ปัญหาขยะมูลฝอย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างอาชีพ จากนั้นครูและนักศึกษาได้ร่วมกันศึกษาค้นคว้า ออกแบบ ทดลอง และพัฒนาผลงาน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศกร.ระดับตำบลดอนทรายได้พัฒนาโครงงานที่มีความโดดเด่นหลายผลงาน โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะ เช่น โครงงานนวัตกรรมการจัดการขยะ "The Transforming Cap : ฝาเปลี่ยนโลก" ซึ่งนำฝาขวดพลาสติกเหลือใช้มาแปรรูปเป็นโต๊ะและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และโครงงานด้านการใช้พลังงานสะอาดและการใช้วัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมการประกวดและเผยแพร่ผลงานในระดับอำเภอและระดับจังหวัด การจัดทำโครงงานของ ศกร.ระดับตำบลดอนทราย ไม่เพียงมุ่งเน้นการแข่งขัน แต่ยังมุ่งสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน ทั้งด้านการคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน ปัจจุบัน ศกร.ระดับตำบลดอนทรายยังคงพัฒนากิจกรรมโครงงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชุมชน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยกระดับศักยภาพของผู้เรียนให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ การดำรงชีวิต และการพัฒนาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศไทย. ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลดอนทราย (ศกร.ระดับตำบลดอนทราย) สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโพธาราม สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจําจังหวัดราชบุรี กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลดอนทราย โดยมุ่งส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และการเรียนรู้ตามอัธยาศัยได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ศกร.ระดับตำบลดอนทราย เดิมดำเนินงานภายใต้ชื่อ กศน.ตำบลดอนทราย ต่อมาได้มีการปรับ เปลี่ยนโครงสร้างและชื่อหน่วยงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 จากสำนักงาน กศน. เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ และเปลี่ยนชื่อหน่วยงานระดับตำบลเป็น ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล (ศกร.) เพื่อสะท้อนบทบาทในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนอย่างแท้จริง ปัจจุบัน ศกร.ระดับตำบลดอนทราย ตั้งอยู่บริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหลังเก่า หมู่ที่ 8 ตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ทำหน้าที่บริการทางการศึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่ ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง การพัฒนาอาชีพ การส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้ตามอัธยาศัย และการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับเทศบาลตำบลดอนทราย วัด โรงเรียน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ศกร.ระดับตำบลดอนทราย ยังได้ส่งเสริมการรวบรวมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชนอาทิ แหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง ภูมิปัญญาท้องถิ่น งานจักสาน งานแปรรูปอาหาร และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชน นักศึกษา และผู้สนใจได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยบทบาทดังกล่าว ศกร.ระดับตำบลดอนทราย จึงเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนที่มุ่งพัฒนาคน พัฒนาความรู้ และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนในตำบลดอนทรายมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ตำบลดอนทรายเป็นหนึ่งในพื้นที่ของอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีประวัติชุมชนและการพัฒนาท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง