ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี
อ.เมืองราชบุรี ต.หินกอง
นายวิษณุ นิ่มนวล เป็นคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นการทำการเกษตรของที่บ้านเป็นแค่การทำนาทำไร่ จึงมีความคิดที่จะทำการเกษตรรูปแบบใหม่ โดยการใช้พื้นที่การเกษตรของตนเองให้เกิดประโยชน์มากขึ้นจึงได้ทำในเรื่องของการเกษตรทฤษฎีใหม่ (โคก หนอง นา โมเดล) ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ของตำบลหินกอง จะมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอโดยการไปศึกษาดูงานและอบรมหลักสูตรใหม่ ๆ เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา
อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง
ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ...........ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลบ้านฆ้อง จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน ในพื้นที่ตำบลบ้านฆ้อง ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) โดยมุ่งจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง เสริมสร้างความรู้ ทักษะอาชีพ และคุณภาพชีวิต พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการพัฒนาการเรียนรู้อย่างยั่งยืน............... กระบวนการจัดการเรียนรู้ ..........ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลบ้านฆ้อง จัดกระบวนการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ คำนึงถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคล และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งการเรียนในชั้นเรียน การเรียนรู้ผ่านสื่อ และเทคโนโลยี การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมทั้งติดตาม ประเมินผล และให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ........
อ.ปากท่อ ต.วัดยางงาม
พัฒนามาจากภูมิปัญญาการเลี้ยงชันโรงธรรมชาติหายากและมีราคาแพง ชุมชนจึงหันมาเลี้ยงชันโรงเพื่อสืบทอดอาชีพลดต้นทุน และสร้างผลิตภัณฑ์การแปรรูปน้ำผึ้งชันโรงและเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนชุมชน และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
อ.โพธาราม ต.คลองข่อย
ในปัจจุบัน ปัญหาขยะมูลฝอยและขยะชีวมวล (Biomass Waste) โดยเฉพาะ "เศษใบไม้แห้ง" เป็นปัญหาที่พบได้ในทุกชุมชน โรงเรียน และที่สาธารณะ เมื่อเข้าสู่ฤดูผลัดใบ ปริมาณเศษใบไม้จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล การจัดการขยะประเภทนี้ในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังขาดประสิทธิภาพ ชุมชนมักใช้วิธีการกวาดรวมแล้ว ทำการ"เผาทำลาย" ซึ่งการเผาในที่โล่งแจ้งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจของสิ่งมีชีวิตและเป็นตัวการเร่งภาวะโลกร้อน จากปัญหาดังกล่าว จึงมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนขยะชีวมวลเหล่านี้ให้กลายเป็นวัสดุที่มีมูลค่าตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยการนำเศษใบไม้แห้งมาแปรรูปเป็นวัสดุก่อสร้างประเภทบล็อกทางเดิน หรือบล็อกคอนกรีตมวลเบาสำหรับตกแต่งสวน ภายใต้ชื่อนวัตกรรม "Leaf Block" เนื่องจากใบไม้มีโครงสร้างของเส้นใยเซลลูโลส (Cellulose) ที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นในตัวเอง หากนำมาบดละเอียดและผสมกับตัวประสาน เช่น ปูนซีเมนต์พอร์ตแลนด์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม เส้นใยเหล่านี้จะทำหน้าที่คล้ายกับโครงสร้างเสริมแรง ช่วยให้บล็อกมีน้ำหนักเบาลงกว่าบล็อกคอนกรีตทั่วไป แต่ยังคงมีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่ไม่ต้องรองรับน้ำหนักสูงมาก เช่น ทางเดินในสวน หรือผนังตกแต่ง นวัตกรรมนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดการเผาขยะชีวมวล แต่ยังสร้างทางเลือกใหม่ให้กับวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly Materials) อีกด้วย
อ.เมืองราชบุรี ต.เจดีย์หัก
บ้านเชิงสะพาน ม.6 ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมืองราชบุรี มีประชากร 1,860 คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและรับจ้างทั่วไปซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอในการใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัว ทางหน่วยงาน กศน.อำเภอ เมืองราชบุรี ในขณะนั้นจึงได้สำรวจความต้องการทางอาชีพและจัดเสนาประชาคมในม่บ้านเชิงสะพานเมือวันที่ 10 พฤษภาคม 2549 เพื่อเป็นการสำรวจความต้องการในการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้เสริมแก่ครอบครัว โดยมีนางสมศรี รอดเรื่อง ได้นำเสนอผลสำเร็จในการประกอบอาชีพ “การเพาะเห็ดหูหนู ”ซึ่งเดิมทีบ้านเดิมอยู่ที่ตำบลอ่างหินและได้มามีครอบครัวที่บ้านเชิงสะพาน ม.6 ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมืองราชบุรี และได้ประกอบอาชีพทำการเกษตรปลูกข้าวทำนา ซึ่งมีอาชีพเสริมการเพาะเห็ดหูหนูขายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งโดยเฉลี่ยรายได้ตก 15000/เดือนในการเพาะเห็ดหูหนู มีวิธีการที่ไม่ยุ่งยากและดูแลง่าย
อ.ปากท่อ ต.ดอนทราย
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี มีสมาชิก 26 ราย เริ่มจดทะเบียนในรูปวิสาหกิจชุมชน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 กระจายอยู่ในพื้นที่ราชบุรี มีการนำลูกไก่งวงมาเลี้ยงหลายรุ่น เพื่อป้อนสู่ตลาด เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ปัจจุบันในกลุ่มสมาชิกมีการเลี้ยงไก่งวงอยู่ 1,700 ตัว โดยคิดจากไก่งวง 100 ตัว เมื่อเลี้ยงต่อรุ่นไม่รวมค่าอาหาร จะได้ค่าตอบแทนประมาณ 70,000 บาท แต่จะต้องขึ้นกับการเลี้ยงตัวเมียมากหรือน้อยด้วย ถ้ามีตัวผู้มากกว่าก็จะได้เงินมากกว่า เนื่องจากตัวผู้จะมีน้ำหนักดีว่าตัวเมีย ถ้านำมาเลี้ยงรวมกันรุ่นละ 100 ตัว ก็จะได้เงินประมาณ 65,000-70,000 บาท ใช้เวลาเลี้ยง 7-8 เดือนในแต่ละรุ่น หักต้นทุนค่าใช้จ่ายก็ถือว่าพออยู่ได้ สำหรับการจำหน่ายนั้นมีทั้งแบบขายปลีกและส่ง ขายส่งถ้าเป็นตัวเมียราคากิโลกรัมละ 180-200 บาท ถ้าเป็นตัวผู้ราคาขายส่งและขายปลีกประมาณกิโลกรัมละ 200-240 บาท
อ.เมืองราชบุรี ต.พิกุลทอง
วัดพิกุลทอง เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในตำบลพิกุลทอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ตามประวัติท้องถิ่น เดิมบริเวณที่ตั้งวัดเป็นป่าที่มีต้นยางขนาดใหญ่จำนวนมาก และมี ต้นพิกุลขนาดใหญ่ ต้นหนึ่งอยู่กลางดงยาง ลำต้นมีโพรง ชาวบ้านเล่าต่อกันมาว่า ในเวลากลางคืนมักเห็น แสงสีทอง ส่องออกมาจากโพรงของต้นพิกุล จึงถือเป็นสิ่งอัศจรรย์และนำมาตั้งชื่อวัดว่า “วัดพิกุลทอง” จากนั้นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่โดยรอบก็เรียกชื่อว่า บ้านพิกุลทอง ตามชื่อวัด และต่อมาได้ใช้เป็นชื่อตำบล พิกุลทอง ในปัจจุบัน
อ.ปากท่อ ต.ยางหัก
ประวัติความเป็นมา วัดเบญจคีรีนคร ถือเป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ เป็นวัดที่โอบด้วยภูเขาและร่ายล้อมด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งในขณะนั้นมีพื้นที่ทั้งหมด 64 ไร่ต่อมาทางวัดได้ซื้อที่ดินเพิ่ม จนทำให้ในปัจจุบัน มีเนื้อที่ประมาณเกือบร้อยกว่าไร่ แต่เนื่องด้วยพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่สปก.และพื้นที่ป่าไม้ จึงได้ดำเนินการขออนุญาต และจัดตั้งเป็น “สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดราชบุรี แห่งที่ 36”โดยทำการสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2553 ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ อุโบสถไม้สักทรงล้านนา แกะสลักเป็นเรื่องราวพุทธประวัติในพระพุทธศาสนา ถือเป็นหนึ่งเดียวในโลกอุโบสถไม้สักทรงล้านนา แกะสลักเป็นเรื่องราวพุทธประวัติในพระพุทธซึ่งในช่วงแรก ถือได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ทุรกันดาร เพราะไม่มีถนน ไม่มีน้ำ-ไฟ พระที่จะมาจำศีล ต้องใช้เพียงเต็นท์เป็นที่อาศัย แต่ต่อมาได้พัฒนาโดยการเจาะบ่อน้ำและนำไฟเกษตรเข้ามายังวัด จึงได้สร้างกุฏิขึ้นมา 6หลังศาลา 1 หลัง ห้องน้ำ 10 ห้อง โดยมีญาติโยมจากกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เดินทางเข้ามาปฏิบัติธรรมกันอย่างไม่ขาดสาย จากนั้นได้ทำการขยายพื้นที่ ในการสร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลังใหญ่ขึ้นมาอีก 1 หลัง สร้างศาลากุฏิหมู่บ้านรักษาศีล 5 ขึ้นมาอีกจำนวน 30 กว่าหลัง ทำให้ใน ปัจจุบันทางวัดได้มีอาคาร ตลอดจนที่พัก ให้กับญาติโยมที่มาปฎิบัติธรรม รวามจำนวน 50 -60 หลัง และนอกจากนี้ทางวัดจะได้จัดสร้างปูชนียสถานให้พุทธศาสนิกชนได้เดินทางมากราบไหว้บูชา โดยมีพระอุโบสถไม้สักทรงล้านนาไทย แกะสลักเรื่องราวพุทธประวัติในพระพุทธศาสนา ผ่านฝีมือของช่างล้านนาไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งเดียวในโลกก็ว่าได้ โดยมีหลวงพ่อพระบรมศาสดาสัมฤทธิ์ทันใจทรงเครื่อง ประดิษฐานอยู่ภายใน ส่วนบริเวณภายนอกพระอุโบสถ มีรูปปั้นยักษ์ รูปปัันคน รวมทั้งรูปปั้นพญานาคสีขาวที่อยู่หน้าบันไดทั้ง 2 ด้านรวมทั้ง ทางวัดยังจัดสร้างพระมูลคันธกุฏี 7ชั้น ทรงเหลี่ยมศิลปกรรมอินเดีย ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระเกจิอาจารย์ต่าง ๆ ซึ่งหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์และบริเวณทางขึ้น มีบันไดเป็นพญานาคคู่ โดยทางวัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง 60 พรรษาและในขณะนี้ ทางวัดได้ดำเนินการจัดสร้าง พุทธคยามหาเจดีย์ หรือ เจดีย์พุทธคยา ซึ่งมีขนาดเท่าองค์จริง มีความกว้าง 40 ยาว 40 สูง 121 ฟุต เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ที่ไม่สามารถเดินทางไปกราบไหว้ เจดีย์พุทธคยา ที่ประเทศอินเดีย สามารถเดินทางมากราบไหว้พุทธคยามหาเจดีย์ที่วัดเบญจคีรีนคร ในอ.ปากท่อ จ.ราชบุรีได้ โดยภายในมีเสา 16 ต้น ซึ่งเปรียบเสมือนสวรรค์ 16 ชั้นญาณ 16 ส่วนผนังของเจดีย์ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติผ่านลวดลายการปั้นสดจากช่างฝีมือล้านนา และในปัจจุบันทำการสร้างอยู่ พระครูสังฆรักษ์สุรพล จนฺทโสภโณ รองเจ้าคณะอำเภอปากท่อ เจ้าอาวาสวัดเบญจคีรีนคร ได้เชิญชวนสาธุชน ญาติโยม ให้เดินทางมาชมปูชนียสถาน ศิลปะล้านนาไทย ของวัดเบญจคีรีนคร ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี โดยทางวัดได้สร้าง กม. ที่ 38 ไว้บริเวณปากทางเข้าวัด เป็นที่สะดุดตาสะดุดใจให้แก่ญาติโยมในการแวะเวียนมาร่วมทำบุญ สำหรับพุทธศาสนิกชนที่อยากร่วมทำบุญพุทธคยามหาเจดีย์ หรือ เจดีย์พุทธคยา ซึ่งมีขนาดเท่าองค์จริง โดยทางวัดจำเป็นต้องใช้ปัจจัยในการดำเนินการสร้างจำนวนมาก กระบวนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานที่วัดเป็นฐาน คือการนำผู้เรียนไปศึกษาเรียนรู้จากสถานที่จริงและภูมิปัญญาภายในวัด ผ่านขั้นตอนสำคัญ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การเตรียมความพร้อมก่อนเรียน การลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่วัด การสรุปองค์ความรู้ และการประเมินผลตามสภาพจริง เพื่อปลูกฝังทั้งความรู้ ทักษะ และคุณธรรมจริยธรรม
อ.โพธาราม ต.คลองข่อย
จากข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ระบุว่าวัดจอมปราสาท ประกาศตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2314 และได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาในปีเดียวกัน จึงสันนิษฐานได้ว่าวัดแห่งนี้มีอายุไม่น้อยกว่า 255 ปี (นับถึง พ.ศ. 2569) และน่าจะก่อสร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือต้นกรุงธนบุรี วัดจอมปราสาทเป็นวัดลำดับต้น ๆ ของอำเภอโพธารามในอดีต ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านจอมปราสาท ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ริมพื้นที่เกษตรกรรมและลำคลอง ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมด้านศาสนา การศึกษา และการประกอบประเพณีท้องถิ่น เช่น งานทำบุญประจำปี งานกฐิน และงานบุญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
อ.เมืองราชบุรี ต.สามเรือน
วัดโพธิ์ราษฎร์ศรัทธาธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อชุมชนมาตั้งแต่อดีต นอกจากเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจแล้วยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในพื้นที่ โดยในปี พ.ศ. 2464 ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนวัดโพธิ์ราษฎร์ศรัทธาธรรมขึ้นภายในบริเวณใกล้วัด เพื่อให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนา ประเพณีสำคัญ และการอบรมคุณธรรมจริยธรรมแก่ประชาชนทุกช่วงวัยส่งผลให้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ ด้านศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนตำบลสามเรือนอย่างยั่งยืน
อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง
สรุปสาระสําคัญของแหล่งเรียนรู้ สถาบัน กศน. ภาคกลาง (เดิมคือ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคกลาง) ตั้งอยู่ในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีบทบาทหลักในการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษานอกระบบ ทั่วภาคกลางของประเทศไทย ประวัติและพัฒนาการ จุดเริ่มต้น: จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานส่วนภูมิภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีภารกิจหลักในการสนับสนุนและกำกับดูแลงานการศึกษานอกโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยในเขตพื้นที่ภาคกลาง การเปลี่ยนผ่าน: ต่อมาได้รับการยกระดับและปรับเปลี่ยนโครงสร้างเป็น "สถาบันการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคกลาง" (สถาบัน กศน. ภาคกลาง) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอบรมบุคลากร และพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น สถานะปัจจุบัน: หน่วยงานนี้ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทตามโครงสร้างใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการภายใต้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมและพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ยุคสมัยและศิลปะ: องค์หลวงพ่อแดงเป็นพระพุทธรูปหินทรายแดงศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย มีลักษณะเด่นคือพระพักตร์และพระมัสสุ (หนวด) คมชัด เป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปโบราณในลุ่มน้ำแม่กลอง ประวัติวัด: วัดบ้านฆ้อง ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่เคยร้างไปในช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยกลุ่มชาติพันธุ์ลาวเวียงที่อพยพมา ความสำเร็จของชุมชน: เป็นชุมชนตัวอย่างด้านเศรษฐกิจพอเพียง และได้รับกองทุนแม่ของแผ่นดิน จนเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ กระบวนการจัดการเรียนรู้ การบรรยายเรื่องวิถีชีวิตของชุมชนมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงออกผ่านพิธีกรรมพุทธ อีกทั้งพระพุทธรูป ในศาลาการเปรียญหลวงพ่อแดงก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชนประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อแดง สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้ภาคกลาง
อ.โพธาราม ต.คลองข่อย
วัดมณีโชติ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2325 ในช่วงปลายสมัยกรุงธนบุรี ต่อเนื่องเข้าสู่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2444 ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีอุปสมบทและสังฆกรรมของพระสงฆ์อย่างเป็นทางการชื่อ "มณีโชติ" มีความหมายถึง แก้วอันส่องสว่าง เป็นนามที่สื่อถึงความเป็นสิริมงคลและความรุ่งเรืองของชุมชน ปัจจุบันวัดมณีโชติเป็นศูนย์กลางการประกอบศาสนกิจของชาวตำบลคลองข่อยและพื้นที่ใกล้เคียง มีการจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การทำบุญประจำปี และเป็นสถานที่ส่งเสริมคุณธรรมของชุมชน โดยมีพระอธิการณธัชพงศ์ โกสโล เป็นเจ้าอาวาสตามข้อมูลล่าสุด