สถานที่

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรบ้านท่าอีปะ

อ.จอมบึง ต.ด่านทับตะโก 2 ครั้ง 24/08/2026
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรบ้านท่าอีปะ

รายละเอียดข้อมูล

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและแปลงใหญ่สมุนไพรเป็นแหล่งท่องเที่ยวแก่งท่าอีปะ สัมผัสวิถีเกษตรแหล่งเรียนรู้สมุนไพรด่านทับตะโกโมเดล
ที่ชุมชนบ้านท่าอีปะ หมู่ที่ 13 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรีนายสุพัฒน์ อ่อนคง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีได้ตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชสมุนไพรด่านทับตะโก ซึ่งได้รับการยกระดับเป็นแปลงใหญ่สมุนไพรด่ายทับตะโกอำเภอจอมบึง โดยนางสาวโสภี บัวผัน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชสมุนไพรด่านทับตะโก นายสวน อินวิเชียร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 และคณะพาเยี่ยมชมการปลูกสมุนไพรและการแปรรูปสมุนไพรภายในหมู่บ้าน สำหรับบ้านท่าอีปะส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายไทยวนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก รวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นไม่ต่ำกว่า 30 ปี จนปัจจุบันได้มีการรวมกลุ่มและพัฒนาต่อยอด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีและสำนักงานเกษตรอำเภอจอมบึงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขับเคลื่อนการเกษตรเชิงพื้นที่และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมในการสร้างเศษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและยังยืน ภายใต้บริบทและอัตลักษณ์ของชุมชนสมุนไพรแห่งนี้
นางสาวโสภี บัวผัน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพีชสมุนไรด่านทับตะโกกล่าวว่า จุดเริ่มต้นของสมุนไพรที่นี่ เริ่มตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายจนมาถึงรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เก็บสมุนไพรจากป่าและ มีการค้าขายพืชสมุนไพรเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้กับชุมชนเรื่อยมากว่า 30 ปี จนมาถึงรุ่นของเราที่มีการสืบทอดและได้มีเริ่มก่อตั้งเป็นกลุ่มเกษตรปลูกพืชสมุนไพร และเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จนพัฒนาต่อยอดเป็นกลุ่มแปลงใหญ่สมุนไพรด่านทับตะโก ซึ่งในกระบวนการของสมุนไพรจะปลูกพืชประเภทหัวมากกว่าล้มลุก โดยช่วงต้นปีจะเก็บเกี่ยวพืชหัวที่มีการปลูกกันกว่า 300 ไร่ ส่วนพืชล้มลุกก็จะปลูกบริเวณรอบบ้านและเก็บเกี่ยวจากธรรมชาติ ในการทำงานของกลุ่มก็จะมีคณะกรรมการบริหาร การแปรรูปก็มีโรงเรือน และตู้อบโซล่าเซลล์ ซึ่งจะนำวัตถุดิบผลผลิตส่งขายมากการการแปรูป และในสถานการณ์โควิด 19 พืชสมุนไพรที่มาแรงและเป็นที่ต้องการของตลาดคือ ฟ้าทะลายโจร กระชายก็จะทำเหง้ากระชายอบแห้ง แคปซูลส่งร้านยา โรงพยาบาลและขายให้กับชุมชน นอกจากนี้ ก็มีการชำต้นฟ้าทะลายโจรแจกจ่ายให้กับชุมชนและโรงพยาบาลราชบุรีในการดูแลผู้ป่วยโควิด 19 และเป้าหมายที่นี่ต้องการให้เป็นศูนย์รวมแหล่งปลูกสมุนไพร และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ครบวงจร และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้มาศึกษาดูงานการแปรรูปสมุนไพร วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ว่าทำไมคนในพื้นที่จึงมีอายุยืนยาว
ทางด้านนายสุพัฒน์ อ่อนคง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีกล่าวว่า ตานโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีและสำนักงานเกษตรอำเภอจอมบึงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนการรวมกลุ่มพี่น้องเกษตรกร ซึ่งดั่งเดิมที่นี่มีการทำเกษตรและปลูกพืชสมุนไพรในการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรค จนได้สนับสนุนการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และมีนโยบายส่งเสริมในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ปลูกสมุนไพรที่มีสมาชิก 34 รายที่จะมีการพัฒนาใน 5 ด้านคือ การลดต้นทุนการผลิตการเพิ่มคุณภาพของผลผลิต การรับรองมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค การบริหารจัดการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มและการเชื่อมโยงการตลาดให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน และได้จัดเวทีค้นหาความรู้ชุมชน ที่จะมีการต่อยอดไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแก่งท่าอีปะให้เกิดความเชื่อมโยงกับกับแหล่งเรียนรู้สมุนไพรในอนาคตต่อไป
ทางด้านนายสวน อินวิเชียร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 บ้านท่าอีปะ ได้บอกกล่าวเรื่องของชุมชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเดิมก่งท่าอีปะอยู่ในแม่น้ำลำภาชีเป็นป่รกร้าง หลังจากสถานการณ์โควิด 19 รอบ 3 พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านไม่สามารถไปขายของได้ตามปกติ ก็เลยชวนชาวบ้านมาร่วมกันพัฒนาแก่งท่าอีปะ ในภาษาไทยวน ท่าก็คือท่าน้ำ ปะคือ มาพบกันก็ก่อเกิดการพัมนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนเพื่อให้เชื่อมโยงกับแปลงใหญ่สมุนไพร สามารถมาเล่นน้ำสัมผัสกับธรรมชาติและมาไหว้พระหลวงพ่อใหญ่ โดยชุมชนได้ทำสะพานไม้ไผ่ขึ้นยาวประมาณ 200 เมตรเสมือนเป็นบันไดสวรรค์ ซึ่งในพื้นที่ก็เป็นแหล่งประวัติศาสตร์และมีวิถีชุมชน มีแก่งท่าอีปะมีจุดเล่นน้ำเพื่อการท่องเที่ยว โดยทางชุมชนก็ได้เตรียมพร้อมกับการเปิดการท่องเที่ยวอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด 19คลี่คลาย
จากแปลงใหญ่สมุนไพรด่านทับตะโกโมเดลสู่การท่องเที่ยววิถีชุมชนแก่งท่าอีปะ อีกชุมชนการเรียนรู้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีและชุมชนได้ร่วมกันขับเคลื่อนในการต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ตอบโจทย์กับสถานการณ์พร้อมเตรียมเปิดชุมชนในการสร้างงานสร้างรายได้และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี