แผนที่แหล่งเรียนรู้ (Learning T-Map)

ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี

ผลการค้นหา (พบ 153 รายการ)

ล้างตัวกรอง
อนุสรณ์สถานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
สถานที่
1

อนุสรณ์สถานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม

อนุสรณ์สถานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดเขาชะงุ้ม สร้างขึ้นเพื่ออุทิศและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใน "ศึกบางแก้ว" (หรือศึกนางแก้ว พ.ศ. 2317) ซึ่งเป็นสมรภูมิรบสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่แถบนี้จุดเริ่มต้นและประวัติศาสตร์สมรภูมิรบสมรภูมิศึกบางแก้ว (พ.ศ. 2317): ในสมัยกรุงธนบุรี กองทัพพม่าได้ยกพลมาล้อมค่ายไทยที่บ้านบางแก้ว เมืองราชบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำทัพหลวงลงมาบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง โดยทรงใช้ยุทธวิธี "ล้อมกรอบข้าศึก" ปิดทางลำเลียงเสบียงและน้ำชัยชนะที่ไร้การนองเลือด: พระองค์ทรงเน้นการล้อมเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ข้าศึกยอมสวามิภักดิ์โดยไม่เน้นฆ่าฟันจนในที่สุดทัพพม่าแตกพ่ายและยอมจำนน ทำให้ฝ่ายไทยสามารถจับเชลยศึกได้เป็นจำนวนมากกว่าพันนาย ส่งกลับไปยังกรุงธนบุรีเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่ราษฎรทำเลชัยภูมิประวัติศาสตร์: บริเวณที่ตั้งของ วัดเขาชะงุ้ม ในปัจจุบัน คือจุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางที่ถูกโอบล้อมด้วยแนวเขาสามลูก ได้แก่ เขาชะงุ้ม เขานม (เขานมใต้) และเขาช่องพราน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ปิดล้อมกองทัพข้าศึกในอดีตการจัดสร้างอนุสรณ์สถานศูนย์รวมใจชุมชน: ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเขาชะงุ้มร่วมกับ มูลนิธิชนะศึกบางแก้ว ได้ร่วมกันจัดสร้างลานพระบรมราชานุสาวรีย์ และอนุสรณ์สถานแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์การจำลองค่ายรบ: ในพื้นที่อนุสรณ์สถานและบริเวณใกล้เคียง มีการจำลองวิถีชีวิตและลักษณะของค่ายรบโบราณ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษาแนวคิดการทำสงครามกู้ชาติของบรรพบุรุษไทย

ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สถานที่
1

ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม

ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีจุดเริ่มต้นมาจากสภาพพื้นที่ที่เคยเสื่อมโทรมอย่างหนักจนเกือบไร้ประโยชน์ ก่อนจะได้รับการพลิกฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ด้วยพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีลำดับความเป็นมาดังนี้ครับ1. ยุคเสื่อมโทรมขั้นวิกฤต (ก่อนปี พ.ศ. 2528)แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้ประมาณ 694 ไร่ เคยเป็นฟาร์มปศุสัตว์และมีการปลูกพืชไร่อย่างผิดวิธีมาเป็นเวลานาน:หน้าดินถูกทำลายจากการชะล้างและขาดการบำรุงรักษา จนดินขาดแร่ธาตุและแห้งแล้งอย่างหนักมีการขุดหน้าดินลูกรังไปขาย ทำให้ชั้นดินส่วนใหญ่กลายเป็นดินตื้นที่เต็มไปด้วยกรวดทรายดินด้านล่างแข็งตัวกลายเป็นชั้นดานลึกประมาณ 40 เซนติเมตร ทำให้น้ำไม่สามารถซึมผ่านได้ พืชไม่สามารถเจริญเติบโตได้ จนถูกปล่อยทิ้งร้าง2. จุดเริ่มต้นโครงการพระราชดำริ (พ.ศ. 2528)ความเสื่อมโทรมของที่ดินผืนนี้ทราบไปถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้:การน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน: พลตำรวจตรี ทักษ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินผืนนี้แด่พระองค์พระราชทานพระราชดำริครั้งแรก: เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2528 พระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้จัดตั้งโครงการ เพื่อศึกษาหาวิธีการปรับปรุงดินเสื่อมโทรมให้กลับมาเพาะปลูกได้ โดยให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรีการเฉลิมพระเกียรติ: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้จัดตั้งโครงการนี้ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก3. การเสด็จพระราชดำเนินและแนวทางการพัฒนา (พ.ศ. 2529)เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรพื้นที่โครงการเป็นครั้งแรก และทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติมกับอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินในการวางแผนจัดระบบปลูกพืชและปรับปรุงดิน โดยทรงเน้นย้ำแนวทางหลักๆ เช่น:การใช้หญ้าแฝก: ทรงให้ทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยยึดเกาะดิน ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในดินการฟื้นฟูป่าไม้: ทรงปล่อยให้ป่าไม้รอบๆ บริเวณขึ้นเองตามธรรมชาติ (การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก) ควบคู่กับการจัดการระบบน้ำเพื่อคืนความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศจากผืนดินลูกรังที่แห้งแล้งคล้ายทะเลทรายในอดีต ในปัจจุบันศูนย์เขาชะงุ้มฯ ได้กลายเป็นแบบอย่างความสำเร็จของการพลิกฟื้นธรรมชาติ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปเข้ามาศึกษา ดูงานเพื่อนำศาสตร์พระราชาไปปรับใช้ในชีวิตจริงหากคุณสนใจรายละเอียดในส่วนไหนเพิ่มเติม สามารถบอกได้นะครับ เช่น:วิธีการและ เทคนิคปรับปรุงดิน ที่ทางศูนย์ใช้ (เช่น การใช้หญ้าแฝก หรือ มูลไส้เดือน)ข้อมูลเกี่ยวกับ ต้นประดู่ทรงปลูก หรือจุดสำคัญในประวัติศาสตร์ของศูนย์ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้

ศูนย์เรียนรู้และพยากรณ์การระบาดของศัตรูพืช
สถานที่
2

ศูนย์เรียนรู้และพยากรณ์การระบาดของศัตรูพืช

อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม

จุดเริ่มต้นและแนวคิดการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนวิกฤตภัยแล้ง: เริ่มต้นจากปี พ.ศ. 2558 พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง. รัฐบาลประกาศให้งดทำนา จึงต้องมองหาพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อยและมีอายุสั้น.จัดตั้งกลุ่มแปลงใหญ่: ร่วมมือกับญาติและกศน.ตำบลเขาชะงุ้ม จนจัดตั้งเป็น "กลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ" ร่วมกับ ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ตำบลเขาชะงุ้ม นวัตกรรมและเทคนิคการผลิต (Smart Farming) นายแมน ได้รับการสนับสนุนโรงเรือนจากโครงการภาครัฐ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพ:การปลูกแบบกางมุ้ง (โรงเรือนอัจฉริยะ): ปลูกในโรงเรือนปิดล้อมรอบด้วยตาข่ายมุ้งเพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชอย่างเบ็ดเสร็จ.ระบบควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน: สั่งการรดน้ำและให้สารชีวภัณฑ์ผ่าน Smart Phone ทำให้คำนวณและประหยัดน้ำได้อย่างแม่นยำมาก.เทคนิคการเด็ดยอด: ได้รับการแต่งตั้งเป็น "ครูประจำโรงเรียนเกษตรกร" เพื่อถ่ายทอดวิธีการเด็ดยอดดาวเรืองในโรงเรือนอย่างถูกวิธี ช่วยแก้ปัญหาแผลติดเชื้อราและกระตุ้นการแตกพุ่มดอกโต.เกษตรปลอดสารเคมี 100%: เมื่อไม่มีแมลงรบกวน จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีเลย ปลอดภัยต่อทั้งตัวผู้ปลูกและผู้บริโภคที่นำไปสูดดมหรือกราบไหว้พระ ผลผลิตและการสร้างรายได้ (ข้อดีเมื่อเทียบกับการปลูกกลางแจ้ง)จากการเปรียบเทียบเชิงสถิติของการปลูกในโรงเรือนอัจฉริยะของนายแมน:กำลังการผลิต: ปลูกได้ประมาณ 500 ต้น ต่อ 1 โรงเรือน.ผลผลิตต่อต้นสูงขึ้น: ต้นดาวเรืองในมุ้งสมบูรณ์กว่าปกติ ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 50 ดอก ต่อต้น.สัดส่วนเกรดพรีเมียม: ได้ดอกขนาดใหญ่ มีคุณภาพดีสม่ำเสมอ ซึ่งทำราคาได้สูงสุดถึง ดอกละ 1 บาท (ในอดีต)ข้อได้เปรียบ: ใช้พื้นที่น้อยกว่าการปลูกกลางแจ้ง ลดต้นทุนแรงงานคนได้มหาศาล และสามารถวางแผนผลิตและเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปีโดยไม่หวั่นสภาพอากาศภายนอก

ศูนย์เรียนรู้ขยายผลโครงการพระราชดำริ
สถานที่
0

ศูนย์เรียนรู้ขยายผลโครงการพระราชดำริ

อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม

นายไมตรี พวงอินทร์ คือเกษตรกรต้นแบบ หมอดินอาสา และ ครูบัญชีอาสา คนสำคัญของจังหวัดราชบุรี ท่านเป็นผู้จัดการและผู้นำของ "ประดู่ทองออแกนิคฟาร์ม" ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งและเชิดชูเกียรติให้เป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ เครือข่ายศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริจุดเด่นและผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ นายไมตรี พวงอินทร์ มีดังนี้ 1. เกษตรอินทรีย์และการทำเกษตรผสมผสานท่านได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ดินที่เคยเสื่อมโทรมให้กลายเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์และเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชหลากหลายชนิดโดยไม่ใช้สารเคมี จนทำให้ฟาร์มของท่านกลายเป็นต้นแบบการเรียนรู้ที่หน่วยงานราชการและประชาชนมักเข้ามาศึกษาดูงานอยู่เสมอ ทั้งยังได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจพิจารณารับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดราชบุรีด้วย 2. คัมภีร์การทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนคุณไมตรีเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ ครูบัญชีอาสา โดยท่านยึดหลักการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน และบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ มาเป็นเครื่องมือหลักในการวางแผนและบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้รู้ต้นทุนที่แท้จริง ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และสร้างผลกำไรได้อย่างยั่งยืน ซึ่งท่านได้นำองค์ความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง3. รางวัลและการเชิดชูเกียรติเนื่องจากเป็นเกษตรกรที่ดำเนินรอยตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ท่านได้รับรางวัลและโล่เกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ในฐานะศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริที่มีผลงานดีเด่น

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาแหลม
สถานที่
1

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาแหลม

อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาแหลม (รพ.สต.บ้านเขาแหลม) ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นหน่วยบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นแบบองค์รวม โดยมีข้อมูลประวัติความเป็นมาและบทบาทหน้าที่ที่สำคัญดังนี้ครับการกำเนิดและพัฒนาการของหน่วยงานยุคเริ่มต้น: เดิมทีหน่วยงานลักษณะนี้ในประเทศไทยเริ่มต้นจากการเป็น "สุขศาลา" และพัฒนามาเป็น "สถานีอนามัย" เพื่อให้บริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลการยกระดับเป็น รพ.สต.: ในปี พ.ศ. 2553 รัฐบาลมีนโยบายยกระดับสถานีอนามัยทั่วประเทศให้เป็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อขยายขอบเขตการรักษาพยาบาลและการส่งเสริมสุขภาพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สถานีอนามัยบ้านเขาแหลมจึงได้เปลี่ยนเปลี่ยนบทบาทและชื่อเรียกมาเป็น รพ.สต.บ้านเขาแหลม นับตั้งแต่นั้นการถ่ายโอนภารกิจ: ปัจจุบัน รพ.สต.บ้านเขาแหลม ได้รับการถ่ายโอนภารกิจจากกระทรวงสาธารณสุขไปอยู่ภายใต้การดูแลของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี (อบจ.ราชบุรี) เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการงบประมาณและตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนได้ดียิ่งขึ้นข้อมูลการจัดบริการในพื้นที่พื้นที่รับผิดชอบ: ตำบลเขาชะงุ้ม มีสถานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิทั้งหมด 2 แห่ง คือ รพ.สต.เขาชะงุ้ม (รับผิดชอบหมู่ 6, 7, 8, 9, 11, 12) และ รพ.สต.บ้านเขาแหลม ซึ่งทำหน้าที่ดูแลประชากรในหมู่บ้านที่เหลือ รวมถึงหมู่ที่ 3 บ้านเขาแหลมบริบทชุมชน: ประชาชนในเขตรับผิดชอบส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำนา ทำไร่อ้อย เลี้ยงสัตว์ และรับจ้างทั่วไปขอบเขตการบริการ: ให้บริการสาธารณสุขผสมผสาน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพ (เช่น มีงานวิจัยและการจัดโปรแกรมควบคุมระดับความดันโลหิตสูงในชุมชน), การควบคุมและป้องกันโรค, การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และ การฟื้นฟูสภาพร่างกาย

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาชะงุ้ม
สถานที่
1

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาชะงุ้ม

อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาชะงุ้ม (รพ.สต.เขาชะงุ้ม) ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2524 โดยเริ่มแรกได้รับการจัดสรรประโยชน์จากที่ดินของวัดเขาส้ม จำนวน 2 ไร่ ในการจัดสร้างอาคารบริการลักษณะทางกายภาพและการพัฒนาของสถานพยาบาล มีรายละเอียดสำคัญดังนี้ลักษณะอาคารและการก่อตั้งโครงสร้างเริ่มต้น: ตัวอาคารดั้งเดิมเป็นอาคารแบบเก่าชั้นเดียววัตถุประสงค์: เพื่อสร้างเป็นสถานบริการสาธารณสุขระดับชุมชน รองรับการดูแลสุขภาพของประชาชนในตำบลเขาชะงุ้มและพื้นที่ใกล้เคียงการยกระดับและสังกัดในปัจจุบันการเปลี่ยนชื่อหน่วยงาน: แต่เดิมสถานพยาบาลแห่งนี้มีสถานะเป็น "สถานีอนามัย" ก่อนจะได้รับการยกระดับระบบบริการสาธารณสุขทั่วประเทศให้เป็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในปี พ.ศ. 2553การโอนย้ายหน่วยงาน: ปัจจุบัน รพ.สต.เขาชะงุ้ม ได้โอนย้ายไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี (อบจ.ราชบุรี) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและจัดสรรงบประมาณพัฒนาท้องถิ่นขอบเขตการให้บริการรพ.สต.เขาชะงุ้ม ทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ คอยดูแลประชากรในพื้นที่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ ทั้งในด้านการรักษาโรคเบื้องต้น การควบคุมป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก เช่น การออกเยี่ยมติดตามผู้มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน การให้บริการฉีดวัคซีน และงานหัตถการพื้นฐาน

โครงงานพลาสติกเปลี่ยนโลก จากถุงขยะ สู่หยดน้ำมัน
นวัตกรรม
3

โครงงานพลาสติกเปลี่ยนโลก จากถุงขยะ สู่หยดน้ำมัน

อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม

โครงงานพลาสติกเปลี่ยนโลก จากถุงขยะ สู่หยดน้ำมัน มีความเป็นมาจากความต้องการแก้ปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกที่ล้นโลกและย่อยสลายยาก ควบคู่ไปกับการแสวงหาพลังงานทดแทนในช่วงภาวะน้ำมันแพง โดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า พลาสติกมีต้นกำเนิดมาจากน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ จึงสามารถใช้กระบวนการทางเคมีเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของมันกลับไปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกครั้งโครงงานนี้ถูกขับเคลื่อนผ่านทั้งระดับนวัตกรรมชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน โดยมีรายละเอียดความเป็นมาและกลไกที่สำคัญดังนี้1. ปัญหาต้นตอ: วิกฤตขยะและต้นทุนพลังงานปัญหาขยะพลาสติกประเภทฟิล์มและถุง: ขยะประเภทถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์ และถุงขยะ เป็นพลาสติกที่มีน้ำหนักเบาแต่กินพื้นที่สูง รถขยะนำไปขายต่อได้ยากและไม่คุ้มทุนค่าขนส่ง ส่งผลให้ขยะเหล่านี้มักถูกนำไป ฝังกลบ ซึ่งใช้เวลาย่อยสลายนานหลายร้อยปี หรือหลุดรอดไปสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมวิกฤตราคาน้ำมัน: เกษตรกรและชุมชนในต่างจังหวัดต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันสำหรับเครื่องจักรกลการเกษตรที่สูงขึ้น จึงเกิดแนวคิดที่จะเปลี่ยนสิ่งของที่ไม่มีมูลค่าอย่างถุงขยะให้กลายเป็นพลังงานราคาถูกเพื่อช่วยเหลือชุมชน2. แนวคิดทางวิทยาศาสตร์: คืนสภาพพลาสติกสู่น้ำมันเนื่องจากพลาสติกทั่วไป เช่น โพลีเอทิลีน (PE) และโพลีโพรพิลีน (PP) ที่ใช้ทำถุงพลาสติกและถุงขยะ ผลิตขึ้นมาจากปิโตรเลียม นักวิจัยและนักประดิษฐ์จึงใช้กระบวนการที่เรียกว่า ไพโรไลซิส (Pyrolysis) ในการเปลี่ยนขยะเหล่านี้:การให้ความร้อนในสภาวะไร้ออกซิเจน: นำถุงพลาสติกมาผ่านความร้อนสูง (ประมาณ 300 - 500 องศาเซลเซียส) ในถังปิดสนิทที่ไม่มีออกซิเจน เพื่อไม่ให้เกิดการเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านการแตกตัวและควบแน่น: โมเลกุลสายยาวของพลาสติกจะแตกตัวกลายเป็นไอแก๊ส จากนั้นจะถูกส่งผ่านระบบหล่อเย็นเพื่อควบแน่นกลับมาเป็น น้ำมันดิบ ไพโรไลซิส (Pyrolysis Oil) ซึ่งสามารถนำไปกลั่นแยกเป็นน้ำมันเบนซิน ดีเซล หรือน้ำมันเตาต่อไปได้

นางสาวเสาวคนธ์ แสงแจ่ม
บุคคล
3

นางสาวเสาวคนธ์ แสงแจ่ม

อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม

นางสาวเสาวคนธ์ แสงแจ่ม เป็นนักบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาวิกฤตขยะชุมชนและขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน ด้วยพื้นฐานความสนใจในด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีพลังงานทดแทน เธอเล็งเห็นว่าการจัดการขยะแบบฝังกลบหรือการเผาทำลายแบบเดิมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว จึงได้ทุ่มเทศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้าน "การบริหารจัดการขยะเชิงบูรณาการ"โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

นายแมน สุขเจริญ
บุคคล
2

นายแมน สุขเจริญ

อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม

นายแมน สุขเจริญภูมิลำเนา: บ้านสระน้อย หมู่ที่ 5 ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จุดพลิกผันชีวิต: ในอดีตพื้นที่ตำบลเขาชะงุ้มประสบปัญหาดินเสื่อมโทรมอย่างรุนแรงเนื่องจากผ่านการทำลายหน้าดินและการใช้สารเคมี จนแทบไม่สามารถเพาะปลูกพืชผลได้ นายแมนจึงได้ริเริ่มเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการฟื้นฟูที่ดินและปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำเกษตรกรรม ณ โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

แสดงหน้าที่ 13 จากทั้งหมด 13 หน้า