แผนที่แหล่งเรียนรู้ (Learning T-Map)

ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี

ผลการค้นหา (พบ 152 รายการ)

ล้างตัวกรอง
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านดอนโพธิ์
สถานที่
0

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านดอนโพธิ์

อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านดอนโพธิ์ ตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของประชาชนในชุมชนบ้านดอนโพธิ์ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาการขาดแคลนทุนทรัพย์และส่งเสริมการออมในระดับท้องถิ่น โดยใช้หลักการออมทรัพย์และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามอุดมการณ์ของระบบสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนข่าวสาร อย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ จากการดำเนินงานสถาบันการเงินชุมชนที่เข้มแข็ง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านดอนโพธิ์ได้พัฒนายกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชนในด้านการบริหารจัดการทางการเงิน การทำบัญชีครัวเรือน การสร้างวินัยทางการออม และการบริการจัดสวัสดิการชุมชน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ราชบุรี และสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ร่วมให้การส่งเสริมและเข้ามามีส่วนร่วมในการประชุม การนิเทศ และกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ

มุมหนังสือหมู่บ้านดอนโพ
นวัตกรรม
1

มุมหนังสือหมู่บ้านดอนโพ

อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์

มุมหนังสือหมู่บ้านดอนโพ ตั้งขึ้น ณ บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 11 บ้านดอนโพ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้านสำหรับประชาชน โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่าง ศกร.ระดับตำบลบ้านสิงห์ ผู้นำท้องที่ และชาวบ้านในชุมชน ที่ต้องการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับการส่งเสริมการอ่านและการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารอย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มของผู้นำชุมชนและประชาชนบ้านดอนโพที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ส่วนรวมให้เป็นแหล่งกระจายความรู้ จึงได้ร่วมกับ ศกร.ระดับตำบลบ้านสิงห์ ในการจัดตั้งมุมหนังสือชุมชน มีการระดมหนังสือ วารสาร สื่อสิ่งพิมพ์ และเอกสารความรู้ด้านอาชีพ การเกษตร และสุขภาพ มาจัดวางให้บริการแก่คนทุกวัยในหมู่บ้าน

นายวสันต์  จันทศร
บุคคล
0

นายวสันต์ จันทศร

อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์

นายวสันต์ จันทศร เป็นเกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญและเป็นแกนนำสำคัญในการทำเกษตรปลอดภัย โดยได้ปรับเปลี่ยนวิถีการทำการเกษตรจากการใช้สารเคมีมาเป็นการปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และผู้บริโภค จนสามารถพัฒนาแปลงเกษตรของตนเองให้เป็นศูนย์เรียนรู้และขยายผลไปสู่ชุมชนบ้านหนองศาลา อย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่สะสมในการทำเกษตรอินทรีย์และการปลูกผักกางมุ้งจนประสบความสำเร็จ นายวสันต์ จันทศร จึงเปิดแปลงเกษตรและบ้านพักให้เป็น "แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น" ร่วมกับ ศกร.ระดับตำบลบ้านสิงห์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกผักปลอดภัย การทำปุ๋ยชีวภาพ และการบริหารจัดการแปลงเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ นักศึกษา สกร. และผู้สนใจศึกษาดูงานทั่วไป

โครงงาน”พลังงานสะอาดเพื่ออากาศบริสุทธิ์”
นวัตกรรม
0

โครงงาน”พลังงานสะอาดเพื่ออากาศบริสุทธิ์”

อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์

ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขณะที่เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงมีราคาค่อนข้างแพงและใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบหลัก คณะผู้จัดทำจึงนำแนวคิดเทคโนโลยีสีเขียวมาประยุกต์ โดยผสาน เครื่องฟอกอากาศ DIY กับพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อสร้างอุปกรณ์ราคาประหยัด พกพาได้ และสามารถทำงานแบบ Off-Grid โดยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลัก โครงงานพัฒนาขึ้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ต้นแบบด้านการใช้และการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง โดยนำ กรอบตะกร้าพลาสติกถัก พัดลม USB 5V ไส้กรองอากาศ และระบบโซลาร์เซลล์ร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม มาประกอบเป็นเครื่องฟอกอากาศ DIY ผลการทดลองพบว่าสามารถทำงานต่อเนื่องได้ประมาณ 15 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็ม และไส้กรองสามารถดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกในอากาศได้

กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษบ้านหนองศาลา
สถานที่
1

กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษบ้านหนองศาลา

อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์

กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษบ้านหนองศาลา เกิดจากการรวมตัวกันของเกษตรกรในชุมชนบ้านหนองศาลา อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรจากเดิมที่ใช้สารเคมี มาเป็นการทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของเกษตรกร สร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค และรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชนให้ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จในการผลิตผักปลอดภัยได้มาตรฐาน กลุ่มฯ ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐและสื่อมวลชน (เช่น รายการทาง Thai PBS) จึงได้ยกระดับแปลงปลูกผักและศูนย์กลุ่มให้เป็น "แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการเกษตรปลอดภัย" ร่วมกับ ศกร.ระดับตำบล เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน ให้ความรู้แก่เกษตรกรรายอื่น นักศึกษา สกร. และประชาชนทั่วไปที่สนใจการปลูกผักปลอดสารพิษ

กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา
บุคคล
0

กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา

อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง

ประวัติความเป็นมา ..........กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา ที่นอนนุ่นผ้า ... โดยเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อยในชุมชนที่มาจากเดิมเคยทำงานเป็นฝ่ายการตลาดให้กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา โดยไปออกขายตามงานต่าง ๆ รวมทั้งไปงาน OTOP ที่เมืองทองธานีด้วย ซึ่งได้ไปติดต่อกันถึง 5 ปี และจากการที่ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและทราบความต้องการของลูกค้า จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะตั้งกลุ่มเพื่อทำการผลิตเอง ทำการตลาดเพื่อขายด้วยตนเองโดยจัดตั้งเป็นวิสาหกิจร่วมกับเครือญาติประมาณ 10 คน ในช่วงเริ่มต้นของการประกอบกิจการจะขายตามตลาดนัด ประมาณ 1-2 ปี จากนั้นจึงได้จดทะเบียนเป็นกลุ่ม OTOP โดยใช้วัตถุดิบภายในชุมชนเพราะว่าชุมชนโพธารามเป็นแหล่งผลิตตุ๊กตาส่งออกรายต้น ๆ ของประเทศ ทำให้การหาวัตถุดิบไม่ยุ่งยาก โดยกลุ่มที่นอนนุ่นปวีณาเป็นการรวมทุนแบบวิสาหกิจชุมชน ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ...........แหล่งเรียนรู้ของกลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา ที่นอนนุ่นผ้า จัดตั้งขึ้นจากความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์แก่คนในชุมชน ในตำบลบ้านฆ้อง ที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพที่ได้รับความรักและความนับถือจากคนในชุมชน ด้วยจิตอาสาและความมุ่งมั่น ในการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงได้เปิดพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ และสืบสา ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ประชาชนและผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง............... กระบวนการจัดการเรียนรู้ .......... คุณปวีณา ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเน้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงด้านการประดิษฐ์สิ่งของ พร้อมสาธิตขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างอาชีพได้ ทั้งยังใช้บ้านพักเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนและชุมชน........

นางสายเผื่อน  ม่วงเขียว
บุคคล
0

นางสายเผื่อน ม่วงเขียว

อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง

ประวัติความเป็นมา ..........นางสายเผื่อน ม่วงเขียว เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่10 ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผู้มีความรู้ความสามารถด้านงานสิ่งประดิษฐ์และได้รับการยอมรับในฐานะวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพ ด้านการทำผ้ามัดย้อม มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนและเยาวชน ในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เป็นผู้ที่อุทิศตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และเป็นที่รัก เคารพนับถือของประชาชนใน ตำบลบ้านฆ้อง จึงได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีคุณค่า แก่ชุมชน.............. ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ...........แหล่งเรียนรู้ของนางสายเผื่อน ม่วงเขียว จัดตั้งขึ้นจากความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์แก่คนในชุมชน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานสิ่งประดิษฐ์ ด้านการทำผ้ามัดย้อม ที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพที่ได้รับความรักและความนับถือจากคนในชุมชน ด้วยจิตอาสาและความมุ่งมั่น ในการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงได้เปิดพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ และสืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ประชาชนและผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง............... กระบวนการจัดการเรียนรู้ ..........นางสายเผื่อน ม่วงเขียว ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเน้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงด้านการประดิษฐ์สิ่งของ พร้อมสาธิตขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างอาชีพได้ ทั้งยังใช้บ้านพักเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนและชุมชน........

ภาพวัดดีบอน
สถานที่
0

ภาพวัดดีบอน

อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง

สรุปสาระสําคัญของแหล่งเรียนรู้ ประวัติความเป็นมาวัดดีบอน เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อก่อนปี พ.ศ. ๒๓๘๔ ประกาศตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๔ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๒ เล่ากันว่า พระอาจารย์แจ้งได้พาครอบครัวและชาวบ้านที่ศรัทธาท่านเดินทางมาตั้งหมู่บ้านขึ้นในบริเวณนี้ เพราะว่าทำเลดีเหมาะสมกับการเพาะปลูก และในบริเวณนี้เองมีบอน ชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติสามารถกินดิบๆ โดยไม่เกิดอาการคันเหมือนกับบอนทั่วไป จึงพากันเรียกชื่อแหล่งนี้ว่า บอนดี และเพี้ยนมาเป็นดีบอน ในที่สุด พร้อมกับร่วมมือร่วมใจกันสร้างวัดขึ้น โดยเรียกกันว่า วัดดีบอน ภานในวัดมีพระพุทธรูปศิลาแลง เศียรพระพุทธรูป และพบซากอิฐเก่า ๆ ก้อนใหญ่กว่าอิฐทั่วๆไป เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา นอกจากนั้นก็พบซากสิ่งปลักหักพังอันเป็นของโบราณกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ การตั้งวัด: สร้างและประกาศตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2384 ในสมัยอยุธยาตอนปลายมีอาจารย์แจ้งนำพาญาติโยมมาตั้งถิ่นฐานเพราะดินดี ชื่อวัด: บริเวณนั้นมีต้นบอนขึ้นเองกินดิบไม่คัน เรียกว่า "บอนดี" แล้วเพี้ยนมาเป็น "ดีบอน" วิสุงคามสีมา: ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2512 กระบวนการจัดการเรียนรู้ การบรรยายเรื่องวิถีชีวิตของชุมชนมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงออกผ่านพิธีกรรมที่ปะปนความเชื่อระหว่างผีและพุทธ อีกทั้งจิตรกรรมในศาลาการเปรียญก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชนประวัติความเป็นมาของวัดดีบอน

วัดบ้านฆ้อง
สถานที่
0

วัดบ้านฆ้อง

อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง

สรุปสาระสําคัญของแหล่งเรียนรู้ ประวัติความเป็นมาวัดบ้านฆ้องในอดีตเรียกกว่าวัดฆ้องใหญ่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตของอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยตัววัดบ้านฆ้องตั้งอยู่ในชุมชนกลุ่มลาวเวียงที่ถูกเทครัวมาจากเมืองเวียงจันทร์หรือนครหลวงเวียงจันทร์ของสปป.ลาว ในปัจจุบัน โดยเริ่มอพยพมาตั้งแต่ครั้นสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช จากการนำทัพของเจ้าพระยามหากษัตรย์ศึก (พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) โดยอพยพมาอยู่ในบริเวณพื้นที่นี้ โดยในอดีตพื้นที่ใกล้เคียงเคยมีปัญหากับกลุ่มรามัญ (มอญ) ที่อยู่มาเดิม ทำให้ต้องถอยลงมาห่างจากแม่น้ำแม่กลอง 2 กิโลเมตร ภายหลังจาการถอยร่นก็มาอยู่ในเขตสามตำบล ในปัจจุบันคือบ้านฆ้อง บ้านเลือก และบ้านสิงห์เนื่องจากอดีตพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นวัดมาก่อน หากแต่ว่าตอนที่กลุ่มชาวลาวเวียงอพยพเข้ามาพื้นที่บริเวณนี้ไม่ได้เป็นวัดแล้วหลงเหลือเพียงตัวอาคาร โบสถ์ที่รกร้างไว้เท่านั้น โดยโบสถ์ได้รับการบูรณะจากพระอาจารย์มะนาวเชี่ยว ผู้บุกเบิกบูรณะวัดในพื้นที่นี้ ซึ่งระหว่างบูรณะก็ได้ขุดสระขึ้นในบริเวณวัด จากการขุดสระก็นำมาซึ่งคำว่า "ฆ้อง" ของชุมชน เพราะจากการขุดสระขังน้ำเป็นสระขนาดใหญ่ทางทิศตะวันตกของวัดในขณะที่ทำการขุดอยู่นั้น ปรากฏว่าได้พบฆ้องใหญ่มหึมาจมดินอยู่ใบหนึ่ง ประชาชนที่ขุดต่างก็ดีอกดีใจช่วยกันขุดเป็นการใหญ่ จนกระทั่งขุดขึ้นมาทำการเช็ดล้างและทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็ได้นำมาแขวนไว้ที่กิ่งต้นพิกุลใหญ่ ขนาดเท่าวงล้อเกวียนสมัยโบราณเนื้อคล้ายทองสัมฤทธิ์ พระอาจารย์มะนาวเชี่ยว และ ประชาชนจึงได้ตั้งชื่อวัดร้างนี้ว่าวัดบ้านฆ้อง เป็นมงคลนามมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันปัจจุบันตัวฆ้องที่ค้นพบก็ยังคงอยู่ภายในวัด และวัดบ้านฆ้องยังทำหน้าที่เป็นศาสนาสถานที่สำคัญของชุมชนระแวงบ้านฆ้องที่เป็นชุมชนลาวเวียง นอกจากนี้จากการที่กลุ่มชาวลาวเวียงได้อพยพไปในอำเภออื่น เช่น บ้านโป่งก็ทำให้ได้เกิดการสร้างชุมชนและวัดใหม่ในย่านชุมชนของตนเอง โดยใช้ชื่อว่าวัดบ้านฆ้องน้อยตามชื่อวัดบ้านฆ้องที่ โพธาราม จังหวัดราชบุรี ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ในห่วงเวลาก่อนสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ชุมชนแห่งนี้ได้โอบรับกลุ่มคนที่ถูกกวาดต้อนลงมาจากเวียงจันทร์ ซึ่งการเข้ามาของชาวเวียงจันทร์มีอยู่ 2 ประเภท คือ หนึ่ง ต้องอยู่ภายใต้สังกัดมูลนายแก่นายกองที่กำชัยในครั้งนั้น หรืออีกกลุ่มก็สามารถอยู่ได้อย่างอิสระตามพื้นที่ราชสำนักได้กำหนดไว้ ซึ่งก็คือบริเวณพื้นที่ในจังหวัดราชบุรี ในปัจจุบัน ชุมชนบ้านฆ้องก็เป็นหนึ่งในชุมชนที่มาจากการอพยพเทครัวลงมา โดยบริเวณแรกที่อาศัยอยู่เป็นบริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งก็เกิดข้อพิพาทในการทำมาหากินระหว่างชาวลาวและรามัญ ทำให้เกิดการตกลงใหม่ที่ให้คนลาวขยับถอยห่างจากแม่น้ำแม่กลอง 2 กิโลเมตร โดยประมาณ ในบริเวณตำบลบ้านเลือก บ้านฆ้อง และบ้านสิงห์ ส่วนชาวรามัญหรือมอญอาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำ โดยชุมชนทั้งสองอาศัยอยู่ในพื้นที่ตนเองอย่างสงบสุข กระบวนการจัดการเรียนรู้ การบรรยายเรื่องวิถีชีวิตของชุมชนมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงออกผ่านพิธีกรรมที่ปะปนความเชื่อระหว่างผีและพุทธ อีกทั้งจิตรกรรมในศาลาการเปรียญก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชน ลาวเวียง

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง บล็อกตกแต่งสวนเรืองแสง
นวัตกรรม
0

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง บล็อกตกแต่งสวนเรืองแสง

อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล

ปัจจุบันปริมาณขยะในครัวเรือนและชุมชนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะขยะประเภทพลาสติก ขวดน้ำ และเศษวัสดุต่าง ๆ ที่ย่อยสลายได้ยาก หากไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสมจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านมลพิษและความไม่เป็นระเบียบของชุมชน ดังนั้นการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะและเพิ่มคุณค่าให้กับวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะนำวัสดุเหลือใช้หรือขยะ เช่น ขวดพลาสติก เศษแก้ว พลาสติกแข็ง หรือวัสดุเหลือใช้ภายในบ้าน มาประดิษฐ์เป็น บล็อกตกแต่งสวนเรืองแสง ดีไอวาย โดยใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุหลักในการขึ้นรูป และผสมวัสดุเรืองแสงหรือสีเรืองแสงลงไป เพื่อให้บล็อกสามารถใช้ตกแต่งสวน ทางเดิน หรือพื้นที่รอบบ้านได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน โครงงานนี้นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของตกแต่งสวน และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วัดชัยรัตน์
สถานที่
0

วัดชัยรัตน์

อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล

ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๓ เดิมชื่อวัดชำแระเปลี่ยนเป็นชื่อวัดชัยรัตน์เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๐ โดยมีอาจารณจรัสขอเปลี่ยนชื่อวัดและเป็นเจ้าอาวาส มีเจ้าอาวาสปกครองเรื่อยมาจนถึงพระครูโสภณ วิริยากรได้บูรณะหอสวดมนต์ พ.ศ ๒๕๑๔ สร้างอุโบสถ พ.ศ.๑๕๑๖ สร้างศาลาการเปรียญ พ.ศ.๒๕๒๐ บูรณะซ่อมแซมกุฏิสงฆ์เป็นเรือนไม้ ๒ หลัง และได้สร้างฌาปนกิจสถาน สร้างกุฏิอีก ๑๘ หลังและบูรณะเจดีย์ทรงรามัญ นอกจากนั้นยังพัฒนาวัดจนได้รับรางวัลปรับสภาพสิ่งแวดล้อมและสะอาดจากเจ้าคณะ จ.ราชบุรีเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๐ ม.ยาว ๔๐ ม. ปัจจุบันพระอธิการพิพัฒน์ ประภาโต เป็นเจ้าอาวาส การศึกษามี รร.พระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓

พระไสยาสน์ท่าชุมพล (พระนอน)
สถานที่
0

พระไสยาสน์ท่าชุมพล (พระนอน)

อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล

พระไสยาสน์ท่าชุมพล ท่าชุมพล โพธาราม ราชบุรีมีป้ายชื่อเรียกพระนอนองค์นี้ตรงปากทางเข้ามาที่ศาลาพระนอนว่า พระไสยาสน์ท่าชุมพล มีพุทธลักษณะแบบท้องถิ่นที่ว่ากันว่ากลุ่มพ่อค้าชาวญวนมาสร้างไว้ ทาสีทองทั้งองค์ ยกเว้นบริเวณพระศกทาสีดำ มีดวงพระเนตรขาว มีพระเนตรดำ พระเกตุมาลาเป็นรัศมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับเศียร พระศอยาว อาจเป็นเพราะถูกลักตัดเศียรไปแล้วนำเศียรใหม่มาต่อคืน พระหัตถ์ขวาแบรับเศียรดูแปลก มีพระเขนย 3 ก้อนรับเศียรอีกที ในขณะที่ใต้พระวรกายมีสามเหลี่ยมแสดงปางโปรดอสุรินทราหู ปลายพระบาทซ้อนเสมอกัน ความยาวพระนอน ประมาณ 6 เมตร ประดิษฐานบนแท่นไม่สูงนัก ภายในศาลาโถงที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ดูร่มรื่นในบริเวณมีเพียงศาลาโถงที่ประดิษฐานพระนอนเท่านั้น ไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ทำให้บริเวณนี้ไม่ได้มีความเป็นวัด ทางชุมชนได้ช่วยกันบูรณะสร้างศาลาและปรับพื้นที่ภายในศาลาให้สะดวกต่อการเข้ามาสักการะบูชาพระนอนสวยแบบท้องถิ่นองค์นี้

แสดงหน้าที่ 3 จากทั้งหมด 13 หน้า