แผนที่แหล่งเรียนรู้ (Learning T-Map)

ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี

ผลการค้นหา (พบ 447 รายการ)

หลักสูตรการทำน้ำพริกกากหมู
นวัตกรรม
1

หลักสูตรการทำน้ำพริกกากหมู

อ.ปากท่อ ต.ห้วยยางโทน

การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศ ให้มี ความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่ เศรษฐกิจชุมชน ให้ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง มั่งคั่ง และมีงานทำอย่างยั่งยืน สภาพสังคม ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็น อย่างมาก ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว และไม่เพียงพอกับจำนวน ประชากรที่เพิ่มขึ้น มนุษย์จึงประสบปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพและชีวิตความเป็นอยู่ ของมนุษย์ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่มนุษย์เราจะต้องสร้างสิ่งทดแทนเพื่อการอยู่รอดโดยวิธีการต่าง ๆ การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมากเพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพเป็นการแก้ปัญหาการว่างงนและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจ ชุมชน ตลอดจนกำหนดภารกิจที่จะยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชนได้มี อาชีพที่สามารถสร้างรายได้ ที่มั่นคง โดยเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านต่าง ๆ มุ่งพัฒนาคนไทยให้ ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและการมีงานทำอย่างมี คุณภาพทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้มั่นคง มั่งคั่ง และมีงานทำอย่างยั่งยืนมีความสามารถชิงการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากลซึ่งจะเป็น การจัดการศึกษาตลอดชีวิตในรูปแบบใหม่ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ การทำน้ำพริกกากหมู สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เสริมสร้าง ศักยภาพให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะในการประกอบอาชีพ สามารถพัฒนาตนเองหรือกลุ่มไปสู่การ บริหารจัดการที่มี มาตรฐานเป็นไปตามหลักการของการประกอบอาชีพ กลุ่มเป้าหมายที่สามารถเข้าเรียนในหลักสูตร ได้แก่ ผู้ที่ไม่มี อาชีพหรือมีอาชีพอยู่แล้วแต่ต้องการพัฒนาเพื่อเพิ่มรายได้ เมื่อจบหลักสูตรแล้วผู้เรียนสามารถนำความรู้และ ประสบการณ์ไปประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

นาย สมเกียรติ  เสริมสิริปัญญา
บุคคล
1

นาย สมเกียรติ เสริมสิริปัญญา

อ.เมืองราชบุรี ต.คุ้งน้ำวน

นายสมเกียรติ เสริมสิริปัญญา ชาวตำบลคุ้งน้ำวน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เจ้าของแบรนด์ “Marah” Handmade Product กระเป๋าหนังทำด้วยมือ เผยที่มาธุรกิจกระเป๋าหนัง แบรนด์ “Marah” ว่า ในชุมชนที่อาศัยอยู่ เห็นความไม่เท่าเทียมไของคนในชุมชน บางคนมีพื้นที่ทำกิน และที่พักอาศัย เป็นของตัวเอง ในขณะที่บางกลุ่ม ต้องเช่าทั้งบ้าน และที่ทำมาหากิน จึงเกิดแนว คิดที่จะสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ ให้มีกินมีใช้แบบเท่าเทียมกัน สุดท้ายจึงมาสรุปด้วยการทำ “กระเป๋าหนัง” และเป็นที่มาของแบรนด์ Marah

นางทวิช  ทองไร่
บุคคล
2

นางทวิช ทองไร่

อ.ปากท่อ ต.ยางหัก

เป็นบุคคลที่เป็นแหล่งเรียนรู้และบุคคลแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านหัตถกรรม ฝีมือการทอผ้ากะเหรี่ยง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประยุกต์ใช้การทอผ้าแบบการใช้เอว และการทอผ้าแบบใช้เครื่องมือการทอทอผ้า เป็นบุคคลแสวงหาความรู้เรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัยอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างให้กับผู้ที่สนใจการทอผ้ากะเหรี่ยง โดยเป็นวิทยาการให้ความรู้ในการทอผ้ากะเหรี่ยง เพื่อให้ยังคงอยู่คู่กับตำบลยางหัก ต่อไป ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ นางทวิช ทองไร่ อยู่บ้านเลขที่ 241/1 หมู่ที่ 4 ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เกิดวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2511 มีอาชีพทอผ้ากะเหรี่ยง เป็นผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์วัฒธรรมไทย-กะเหรี่ยง เมื่อปี พศ.2557 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเล็งเห็นคนในชุมชนแต่ละหมู่บ้าน มีการทอผ้ากะเหรี่ยงในแต่ละหลังครัวเรือน จึงอยากจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมไทย-กะเหรี่ยงขึ้น เพื่อให้คนในชุมชนได้มารวมตัวกัน เพื่อเพิ่มช่องทางแหล่งจำหน่ายผ้ากะเหรี่ยงเพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มจากการทำงานประจำ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ต่อมาสกร. มีงบประมาณหนึ่งอำเภอหนึ่งอาชีพ ได้เชิญให้นางทวิช ทองไร่ เป็นวิทยากร สอนการทอผ้ากะเหรี่ยงให้กับ เด็กๆ และประชาชนที่ว่างงาน ได้ฝึกการทอผ้ากะเหรี่ยงเพื่อไม่ให้สูญหาย นางทวิช ทองไร่ ได้ฝึกฝนรูปแบบใหม่ๆ และดัดแปรงประยุกต์ชุดกระเหรี่ยงให้ทันสมัย เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับคนที่มาเที่ยวศูนย์วัฒนธรรมไทย – กะเหรี่ยง ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างดี ทางศูนย์วัฒนธรรมไทย –กะเหรี่ยง ได้งบประมาณจากหลายหน่วยงาน ในการพัฒนาศูนย์วัฒธรรมไทย-กะเหรี่ยง ทำให้ศูนย์วัฒนธรรมไทย-กะเหรี่ยง เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวของตำบลยางหัก

ผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)   นักศึกษา ศกร.ระดับตำบลวังมะนาว เข้าทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (N-Net)  ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing)  ครบ 100%
นวัตกรรม
2

ผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) นักศึกษา ศกร.ระดับตำบลวังมะนาว เข้าทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (N-Net) ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ครบ 100%

อ.ปากท่อ ต.วังมะนาว

ศกร.ระดับตำบลวังมะนาว มีจำนวนนักศึกษาเข้าสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (N-Net) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 2 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 3 คน รวมจำนวน 5 คน ดังนั้น นักศึกษา ศกร.ระดับตำบลวังมะนาว เข้ารับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (N-Net) ด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 2 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 3 คน รวมจำนวน 5 คน ครบตามจำนวน คิดเป็นร้อยละ 100%

นวัตกรรมสื่อการสอนออนไลน์: เรียนรู้ง่าย เข้าถึงได้ทุกเวลา
นวัตกรรม
1

นวัตกรรมสื่อการสอนออนไลน์: เรียนรู้ง่าย เข้าถึงได้ทุกเวลา

อ.ปากท่อ ต.ห้วยยางโทน

ในยุคศตวรรษที่ 21 โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและพลิกโฉมในทุกมิติ (Disruption) ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตประจำวัน การศึกษาจึงไม่อาจจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนสี่เหลี่ยมอีกต่อไป ทิศทางการจัดการศึกษาในระดับสากลและแผนการศึกษาแห่งชาติของประเทศไทย จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้าง "สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Society)" โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้โดยไร้ข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางดังกล่าว กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์และจุดเน้นในการขับเคลื่อนการศึกษา โดยมุ่งเน้นการพลิกโฉมระบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น เชื่อมโยง และไร้รอยต่อ (Seamless Education) ภายใต้แนวคิด "เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime)" การเปลี่ยนผ่านจากการศึกษานอกระบบแบบดั้งเดิม สู่การจัดการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวนำ (Tech-Driven Education) จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนในยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนไป เมื่อพิจารณาถึงบริบทของศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลห้วยยางโทน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอปากท่อ พบว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ สังคมเมือง และมีสถานประกอบการจำนวนมาก ประชากรส่วนใหญ่รวมถึงผู้เรียนของ ศกร.ตำบลห้วยยางโทน จึงเป็นกลุ่มคนวัยแรงงาน พนักงานบริษัท พนักงานโรงงาน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งวิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจ มีตารางการทำงานที่ไม่แน่นอน ต้องทำงานล่วงเวลา (OT) ทำงานเข้ากะ รวมถึงมีภาระความรับผิดชอบในการดูแลครอบครัว จากบริบทดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ (การพบกลุ่มแบบ Onsite) ครูผู้สอนพบปัญหาสำคัญคือ กลุ่มเป้าหมายจำนวน 46 คน มีอัตราการขาดเรียนสูง ไม่สามารถมาพบกลุ่มได้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อการเรียนรู้ขาดความต่อเนื่อง ผู้เรียนจึงตามเนื้อหาไม่ทัน ขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน เกิดความท้อแท้ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ตกต่ำลง รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา (Drop out) กลายเป็นความสูญเสียโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต จากปัญหา "การขาดความต่อเนื่อง" และ "ข้อจำกัดด้านเวลา" ของผู้เรียนวัยทำงานจำนวน 46 คน ในพื้นที่ตำบลห้วยยางโทน ข้าพเจ้าในฐานะครูผู้สอนจึงตระหนักว่า การแก้ปัญหาไม่สามารถใช้วิธีการบังคับให้ผู้เรียนมาเข้าชั้นเรียนได้ แต่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอความรู้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียนแทน จึงเป็นที่มาของการคิดค้นและออกแบบ “นวัตกรรมสื่อการสอนออนไลน์: เรียนรู้ง่าย เข้าถึงได้ทุกเวลา” โดยการแปลงเนื้อหาในบทเรียนให้เป็นสื่อดิจิทัลขนาดสั้น (Micro-Learning) ทั้งในรูปแบบคลิปวิดีโอ สื่อภาพ และแบบทดสอบออนไลน์ ที่พร้อมใช้งานบนสมาร์ทโฟนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทลายข้อจำกัด เปลี่ยนเวลาว่างอันน้อยนิดของผู้เรียนให้กลายเป็นห้องเรียนส่วนตัว ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และบ่มเพาะนิสัยการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

นางสาวศศิธร  จันทร์กล่อม
บุคคล
1

นางสาวศศิธร จันทร์กล่อม

อ.โพธาราม ต.คลองข่อย

การทำขนมขายของบ้านคุณศศิธร ทำกันมาตั้งแต่สมัยแม่ ทำขายกันเรื่อยมาส่งคุณศศิธร จบสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ปัจจุบันคุณศศิธร ก็รับช่วงต่อการทำขนมขาย เป็นการหารายได้ให้ตนเองและครอบครัว

วัดนาคอก
สถานที่
1

วัดนาคอก

อ.ปากท่อ ต.อ่างหิน

วัดนาคอกเป็นวัดราษฎร์ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านนาคอก ตำบลอ่างหิน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาและเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ภายในวัดมีพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และเสนาสนะสำหรับพระภิกษุสงฆ์ ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมแก่ประชาชนและเยาวชน

นางจจันทร์เพ็ญ  สันตานนท์
บุคคล
2

นางจจันทร์เพ็ญ สันตานนท์

อ.ปากท่อ ต.ดอนทราย

คุณจันทร์เพ็ญ สันตานนท์ ประกอบอาชีพค้าขายแต่ด้วยเป็นคนชอบเรียนรู้ และสนใจในเรื่องของการทำขนมไทยอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสที่เกี่ยวกับการทำขนมจะอาสาที่จะช่วยเหลือคนในชุมชน อีกทั้งเป็นวิทยากรสอนการทำขนมไทย และนำประสบการณ์ต่าง ๆ ในการทำขนมไทย มาสร้างเป็นอาชีพให้กับตนเอง และคนในชุมชน ให้มีรายได้ในการประกอบอาชีพ จนปัจจุบันสามารถจัดตั้งกลุ่มเป็นกลุ่มสัมมาชีพ

ต้นกล้าฟาร์ม
สถานที่
1

ต้นกล้าฟาร์ม

อ.เมืองราชบุรี ต.ดอนตะโก

ประวัติความเป็นมาต้นกล้าฟาร์ม” ตั้งอยู่ใน บ้านเขาหลวง หมู่ 7 ตำบลดอนตะโก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2560 โดย นายกฤษฎี จันทร์เรือง เป็นผู้ก่อตั้ง ในพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ของคุณลุงพิษณุ คำเลิศ คำว่า ต้นกล้าฟาร์ม มาจากความคิดริเริ่มของเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบมายังไม่มีประสบการณ์ในการทำการเกษตรแต่เติบโตมากับอาชีพเกษตรกรของพ่อแม่ที่เลี้ยงชีพมาตั้งแต่วัยเยาว์ จึงมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยมีความมุ่งหวังว่าจะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาล ที่ 9 มาใช้ในการดำรงชีวิต มีการจัดสรรพื้นที่ให้เป็นการเกษตรแบบผสมผสาน มีบ่อแก๊สชีวภาพ เตาเผาถ่านไร้ควัน โรงตากพลังงานแสงอาทิตย์ บ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ไข่ มีแปลงพืชผักสวนครัว มีผลไม้อีกหลายชนิด และยังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสีเขียวของท้องทุ่งนาและชมพระอาทิตย์ตกวิวภูเขาสวยงาม สูดกลิ่นอายธรรมชาติ เนื่องจากผู้ก่อตั้งได้มีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานร่วมกับคณะ กศน.จึงได้นำความรู้นั้นมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต พัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้น ทางอาจารย์ กศน.ได้เล็งเห็นว่าทางเรามีความสามารถที่จะเป็นวิทยากรได้ จึงได้มาเป็นวิทยากรเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ เรื่องการทำกระถางจากยางรถยนต์ การทำเตาเผาถ่านไร้ควัน เป็นต้น ต่อมาสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีได้มีโครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ทางเราก็ได้รวบรวมกลุ่ม มีสมาชิกทั้งหมด 30 คน ได้เขียนโครงการไปนำเสนอการแปรรูปปลาน้ำจืด ผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานของรัฐ จึงได้ดำเนินงานต่อเป็นกลุ่ม เกษตรรวมใจพัฒนา ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ได้แก่ ปลานิลแดดเดียว ปลาร้า ปลาส้ม น้ำพริกปลานิล ห่อหมกปลานิล และมีการแปรรูปอาหารอื่นๆอีกหลากหลาย มีการจัดจำหน่ายกันในชุมชน และตลาดประชารัฐเกษตรพอเพียง ทุกวันจันทร์ ณ หน้าที่ทำการอำเภอเมืองราชบุรี นอกจากนี้ก็มีการขายออนไลน์ สั่งซื้อสินค้าใน Facebook , Line อีกด้วย ในอนาคต ผู้ก่อตั้งได้มีการวางแผนพัฒนาต้นกล้าฟาร์มให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรให้ผู้ที่สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และจะสืบทอดวิถีชีวิตของชาวเกษตรกรไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป

ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP ปลาส้มลุงหมอ
สถานที่
1

ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP ปลาส้มลุงหมอ

อ.ปากท่อ ต.ป่าไก่

ปลาส้มลุงหมอ ตำบลป่าไก่ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นสินค้า OTOP ที่สืบทอดภูมิปัญญาการทำปลาส้มสูตรดั้งเดิมจากจังหวัดยโสธร โดยเน้นการถนอมอาหารแบบพื้นบ้าน ปราศจากสารเคมี และไม่ใช้สารกันบูด เพื่อให้ได้ปลาส้มที่มีรสชาติกลมกล่อม สะอาด และปลอดภัยต่อผู้บริโภค

วัดเขากูบอินทราราม
สถานที่
1

วัดเขากูบอินทราราม

อ.ปากท่อ ต.อ่างหิน

วัดเขากูบอินทราราม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บ้านเขากูบ หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างหิน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ได้รับการตั้งวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2505 และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในตำบลอ่างหินมาจนถึงปัจจุบัน

นางปราณี   ขัดสี
บุคคล
2

นางปราณี ขัดสี

อ.ปากท่อ ต.ยางหัก

เป็นบุคคลที่เป็นแหล่งเรียนรู้และบุคคลแห่งการเรียนรู้ โดย ใช้การนวดแผนโบราณที่อิงกับพิธีทางไสยศาสตร์ ตามความเชื่อ เมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดเมื่อยก็จะมาให้ นางปราณี ขัดสี ทำการรักษาโดยการทำพิธี ขอให้พ่อปู่ช่วยนวดในแต่ละครั้งจะค่ายกครู 9 บาท พอครบ หนึ่งปี นางปราณี ขัดสี ก็จะนำเงินที่ได้จากค่ายกครู ไปทำบุญที่วัด คุณปราณี ขัดสี เริ่มนวดแผนไทยเมื่อปี พ.ศ 2528 ใช้หลักการนวดแบบศาสนพิธี ซึ่งยังไม่ได้รับการอบรมการนวดแผนไทยจากหน่วยงานใดๆ เป็นการนวดแบบโบราณที่อิงกับพิธีทางไสยศาสตร์ จะเน้นในเรื่องของการนวดจับเส้นเป็นหลัก มีผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤต อัมพาต มารักษาอาการดีขึ้นจนหายป่วยไปหลายราย และเมื่อ ปี พศ.2551 ได้ผ่านการอบรม การนวดแผนไทยจาก สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาคที่ 4 จังหวัดราชบุรี ได้เป็นหมอนวดแผนไทย รวม 34 ปี คนที่มาใช้บริการส่วนใหญ่นวดคล้ายเส้น ตามจุด นางปราณี ขัดสี มีจิตสาธารณะชอบช่วยเหลือชุมชมเท่าที่ตนเองสามารถทำได้ เป็นที่รู้จักในนาม หมอณี และเป็นบุคคลมีจิตสาธารณะ ชอบช่วยเหลือชุมชมเท่าที่ตนเองสามารถทำได้ และกินเจ ละเว้นจากการกินเนื้อสัตว์มา ตั้งแต่ ปีพ.ศ 2537 รวม 32 ปี กระบวนการจัดการเรียนรู้ ต่อมาสกร. มีงบประมาณโครงการพัฒนาอาชีพ ได้เชิญให้นางปราณี ขัดสี เป็นวิทยากร สอนการทำตะกร้าจากเส้นพลาสติก ให้กับและประชาชนในพื้นที่ตำบลยางหักและบุคคลที่ว่างงาน ได้ฝึกการทำตะกร้าจากเส้นพลาสติก เพื่อเป็นอีกช่องทางของการพัฒนาอาชีพ และตรงจุดบ้านของนางปราณี ขัดสี ยังตั้งคุ้มพัฒนาฝีมือเพื่อให้คนในชุมชน สามารถนำผลงานของตนจากการเรียนรู้ มาวางจำหน่ายขายสินค้าฝีมืออีกด้วย

แสดงหน้าที่ 15 จากทั้งหมด 38 หน้า