รายละเอียดข้อมูล
ในยุคศตวรรษที่ 21 โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและพลิกโฉมในทุกมิติ (Disruption) ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตประจำวัน การศึกษาจึงไม่อาจจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนสี่เหลี่ยมอีกต่อไป ทิศทางการจัดการศึกษาในระดับสากลและแผนการศึกษาแห่งชาติของประเทศไทย จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้าง "สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Society)" โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้โดยไร้ข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่
เพื่อให้สอดรับกับทิศทางดังกล่าว กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์และจุดเน้นในการขับเคลื่อนการศึกษา โดยมุ่งเน้นการพลิกโฉมระบบการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น เชื่อมโยง และไร้รอยต่อ (Seamless Education) ภายใต้แนวคิด "เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime)" การเปลี่ยนผ่านจากการศึกษานอกระบบแบบดั้งเดิม สู่การจัดการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวนำ (Tech-Driven Education) จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนของสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนในยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนไป
เมื่อพิจารณาถึงบริบทของศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลห้วยยางโทน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอปากท่อ พบว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ สังคมเมือง และมีสถานประกอบการจำนวนมาก ประชากรส่วนใหญ่รวมถึงผู้เรียนของ ศกร.ตำบลห้วยยางโทน จึงเป็นกลุ่มคนวัยแรงงาน พนักงานบริษัท พนักงานโรงงาน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งวิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับการแข่งขันทางเศรษฐกิจ มีตารางการทำงานที่ไม่แน่นอน ต้องทำงานล่วงเวลา (OT) ทำงานเข้ากะ รวมถึงมีภาระความรับผิดชอบในการดูแลครอบครัว
จากบริบทดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ (การพบกลุ่มแบบ Onsite) ครูผู้สอนพบปัญหาสำคัญคือ กลุ่มเป้าหมายจำนวน 46 คน มีอัตราการขาดเรียนสูง ไม่สามารถมาพบกลุ่มได้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อการเรียนรู้ขาดความต่อเนื่อง ผู้เรียนจึงตามเนื้อหาไม่ทัน ขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน เกิดความท้อแท้ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ตกต่ำลง รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา (Drop out) กลายเป็นความสูญเสียโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
จากปัญหา "การขาดความต่อเนื่อง" และ "ข้อจำกัดด้านเวลา" ของผู้เรียนวัยทำงานจำนวน 46 คน ในพื้นที่ตำบลห้วยยางโทน ข้าพเจ้าในฐานะครูผู้สอนจึงตระหนักว่า การแก้ปัญหาไม่สามารถใช้วิธีการบังคับให้ผู้เรียนมาเข้าชั้นเรียนได้ แต่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอความรู้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียนแทน จึงเป็นที่มาของการคิดค้นและออกแบบ “นวัตกรรมสื่อการสอนออนไลน์: เรียนรู้ง่าย เข้าถึงได้ทุกเวลา” โดยการแปลงเนื้อหาในบทเรียนให้เป็นสื่อดิจิทัลขนาดสั้น (Micro-Learning) ทั้งในรูปแบบคลิปวิดีโอ สื่อภาพ และแบบทดสอบออนไลน์ ที่พร้อมใช้งานบนสมาร์ทโฟนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทลายข้อจำกัด เปลี่ยนเวลาว่างอันน้อยนิดของผู้เรียนให้กลายเป็นห้องเรียนส่วนตัว ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และบ่มเพาะนิสัยการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน