ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี
อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านดอนโพธิ์ ตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของประชาชนในชุมชนบ้านดอนโพธิ์ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาการขาดแคลนทุนทรัพย์และส่งเสริมการออมในระดับท้องถิ่น โดยใช้หลักการออมทรัพย์และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามอุดมการณ์ของระบบสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนข่าวสาร อย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ จากการดำเนินงานสถาบันการเงินชุมชนที่เข้มแข็ง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนบ้านดอนโพธิ์ได้พัฒนายกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชนในด้านการบริหารจัดการทางการเงิน การทำบัญชีครัวเรือน การสร้างวินัยทางการออม และการบริการจัดสวัสดิการชุมชน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ราชบุรี และสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ร่วมให้การส่งเสริมและเข้ามามีส่วนร่วมในการประชุม การนิเทศ และกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ
อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์
มุมหนังสือหมู่บ้านดอนโพ ตั้งขึ้น ณ บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 11 บ้านดอนโพ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้านสำหรับประชาชน โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่าง ศกร.ระดับตำบลบ้านสิงห์ ผู้นำท้องที่ และชาวบ้านในชุมชน ที่ต้องการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับการส่งเสริมการอ่านและการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารอย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มของผู้นำชุมชนและประชาชนบ้านดอนโพที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ส่วนรวมให้เป็นแหล่งกระจายความรู้ จึงได้ร่วมกับ ศกร.ระดับตำบลบ้านสิงห์ ในการจัดตั้งมุมหนังสือชุมชน มีการระดมหนังสือ วารสาร สื่อสิ่งพิมพ์ และเอกสารความรู้ด้านอาชีพ การเกษตร และสุขภาพ มาจัดวางให้บริการแก่คนทุกวัยในหมู่บ้าน
อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์
นายวสันต์ จันทศร เป็นเกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญและเป็นแกนนำสำคัญในการทำเกษตรปลอดภัย โดยได้ปรับเปลี่ยนวิถีการทำการเกษตรจากการใช้สารเคมีมาเป็นการปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และผู้บริโภค จนสามารถพัฒนาแปลงเกษตรของตนเองให้เป็นศูนย์เรียนรู้และขยายผลไปสู่ชุมชนบ้านหนองศาลา อย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่สะสมในการทำเกษตรอินทรีย์และการปลูกผักกางมุ้งจนประสบความสำเร็จ นายวสันต์ จันทศร จึงเปิดแปลงเกษตรและบ้านพักให้เป็น "แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น" ร่วมกับ ศกร.ระดับตำบลบ้านสิงห์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกผักปลอดภัย การทำปุ๋ยชีวภาพ และการบริหารจัดการแปลงเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ นักศึกษา สกร. และผู้สนใจศึกษาดูงานทั่วไป
อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์
ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขณะที่เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงมีราคาค่อนข้างแพงและใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบหลัก คณะผู้จัดทำจึงนำแนวคิดเทคโนโลยีสีเขียวมาประยุกต์ โดยผสาน เครื่องฟอกอากาศ DIY กับพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อสร้างอุปกรณ์ราคาประหยัด พกพาได้ และสามารถทำงานแบบ Off-Grid โดยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลัก โครงงานพัฒนาขึ้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ต้นแบบด้านการใช้และการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง โดยนำ กรอบตะกร้าพลาสติกถัก พัดลม USB 5V ไส้กรองอากาศ และระบบโซลาร์เซลล์ร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม มาประกอบเป็นเครื่องฟอกอากาศ DIY ผลการทดลองพบว่าสามารถทำงานต่อเนื่องได้ประมาณ 15 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็ม และไส้กรองสามารถดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกในอากาศได้
อ.โพธาราม ต.บ้านสิงห์
กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษบ้านหนองศาลา เกิดจากการรวมตัวกันของเกษตรกรในชุมชนบ้านหนองศาลา อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรจากเดิมที่ใช้สารเคมี มาเป็นการทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของเกษตรกร สร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค และรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชนให้ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จในการผลิตผักปลอดภัยได้มาตรฐาน กลุ่มฯ ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐและสื่อมวลชน (เช่น รายการทาง Thai PBS) จึงได้ยกระดับแปลงปลูกผักและศูนย์กลุ่มให้เป็น "แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการเกษตรปลอดภัย" ร่วมกับ ศกร.ระดับตำบล เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน ให้ความรู้แก่เกษตรกรรายอื่น นักศึกษา สกร. และประชาชนทั่วไปที่สนใจการปลูกผักปลอดสารพิษ
อ.เมืองราชบุรี ต.อ่างทอง
การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะ เป็นนมพาสไขมันเต็ม 100% , นมพาสไขมัน 0%, นมข้นหวาน,ไอศกรีม, โยเกิร์ต , เต้าหู้นมสด ,ขนมคุ๊กกี้ ,การแปรรูปกล้วยดิบเป็นแป้งกล้วยและแปรรูปเป็นเครื่องสำอาง ได้แก่ สบู่และโลชั่น เป็นต้น ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ต้องผ่านการเรียนรู้ และตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง
ประวัติความเป็นมา ..........กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา ที่นอนนุ่นผ้า ... โดยเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อยในชุมชนที่มาจากเดิมเคยทำงานเป็นฝ่ายการตลาดให้กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา โดยไปออกขายตามงานต่าง ๆ รวมทั้งไปงาน OTOP ที่เมืองทองธานีด้วย ซึ่งได้ไปติดต่อกันถึง 5 ปี และจากการที่ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและทราบความต้องการของลูกค้า จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะตั้งกลุ่มเพื่อทำการผลิตเอง ทำการตลาดเพื่อขายด้วยตนเองโดยจัดตั้งเป็นวิสาหกิจร่วมกับเครือญาติประมาณ 10 คน ในช่วงเริ่มต้นของการประกอบกิจการจะขายตามตลาดนัด ประมาณ 1-2 ปี จากนั้นจึงได้จดทะเบียนเป็นกลุ่ม OTOP โดยใช้วัตถุดิบภายในชุมชนเพราะว่าชุมชนโพธารามเป็นแหล่งผลิตตุ๊กตาส่งออกรายต้น ๆ ของประเทศ ทำให้การหาวัตถุดิบไม่ยุ่งยาก โดยกลุ่มที่นอนนุ่นปวีณาเป็นการรวมทุนแบบวิสาหกิจชุมชน ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ...........แหล่งเรียนรู้ของกลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา ที่นอนนุ่นผ้า จัดตั้งขึ้นจากความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์แก่คนในชุมชน ในตำบลบ้านฆ้อง ที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพที่ได้รับความรักและความนับถือจากคนในชุมชน ด้วยจิตอาสาและความมุ่งมั่น ในการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงได้เปิดพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ และสืบสา ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ประชาชนและผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง............... กระบวนการจัดการเรียนรู้ .......... คุณปวีณา ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเน้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงด้านการประดิษฐ์สิ่งของ พร้อมสาธิตขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างอาชีพได้ ทั้งยังใช้บ้านพักเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนและชุมชน........
อ.จอมบึง ต.ปากช่อง
วัดถ้ำสิงโตทอง ตั้งอยู่บ้านถ้ำสิงโต หมู่ที่ 11 ตำบลปากช่อง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เริ่มต้นจากการเป็น ที่พักสงฆ์ถ้ำสิงโตทอง โดยมี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นผู้ริเริ่มให้จัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นสถานที่สงบสำหรับปฏิบัติธรรม ต่อมาได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างวัดใน พ.ศ. 2521 และประกาศตั้งวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 เดิมใช้ชื่อ “วัดเขาถ้ำสิงโต” ก่อนเปลี่ยนกลับมาเป็น “วัดถ้ำสิงโตทอง” และเป็น ศาสนสถานสำคัญของอำเภอจอมบึงที่มีความเกี่ยวข้องกับหลวงปู่โต๊ะและมีประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของชุมชน
อ.เมืองราชบุรี ต.อ่างทอง
จากวิกฤตต้มยํากุ้ง เมื่อปี 2540 ส่งผลทำให้นายมูฮำหมัด เมฆลอย ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และหันมาเลี้ยงแพะเนื้อส่งจำหน่ายยังภาคใต้ ต่อมาได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ท่านหนึ่ง ให้ลองหันมาเลี้ยงแพะนม เพราะแพะเนื้อต้องใช้เวลาจนแพะโตะส่งจำหน่ายได้ ส่วนแพะนมนั้น สามารถสร้างรายได้ในทุก ๆ วัน นายมูฮัมหมัด จึงลองเปิดใจหันมาเลี้ยงแพะนมตามคำแนะนำ และถือเป็นเจ้าแรก ๆ ในจังหวัดราชบุรี อีกทั้งในขณะนั้น ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะหันมาบริโภคนมแพะ และไม่ทราบถึงคุณประโยชน์ สาเหตุนี้จึงทำให้นายมูฮัมหมัดและภรรยา มีความมุ่งมั่นที่จะสรรค์สร้างผลผลิตจากนมแพะ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยทำการรวบรวมสมาชิกที่มีความสนใจอยากจะเลี้ยงแพะนม จัดตั้งเป็น วิสาหกิจชุมชน“กลุ่มแพะก้าวหน้า ราชบุรี” ในปี พ.ศ. 2550 รวมทั้งเข้าไปเรียนรู้ถึงกระบวนการเก็บรักษาคุณภาพนม การละลาย และการเตรียมการแปรรูปจากนมแพะ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรกำแพงแสน ในปัจจุบัน มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะ เป็นนมพาสไขมันเต็ม 100% , นมพาสไขมัน 0%, นมข้นหวาน,ไอศกรีม, โยเกิร์ต , เต้าหู้นมสด ,ขนมคุ๊กกี้ ,การแปรรูปกล้วยดิบเป็นแป้งกล้วยและแปรรูปเป็นเครื่องสำอาง ได้แก่ สบู่และโลชั่น เป็นต้น ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ต้องผ่านการเรียนรู้ และตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
อ.จอมบึง ต.ปากช่อง
เป็นบุคคลในชุมชนที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการประกอบอาหารและการแปรรูปอาหาร โดยมีความสนใจในการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษา จนเกิดความรู้ ความชำนาญ และสามารถนำองค์ความรู้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่มีคุณภาพ และนำความรู้และประสบการณ์ด้านการแปรรูปอาหารมาถ่ายทอดให้แก่สมาชิกในครอบครัว ประชาชน เยาวชน และผู้สนใจในชุมชน โดยเน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ผู้เรียนจะได้รับทั้งความรู้ภาคทฤษฎีและทักษะภาคปฏิบัติ สามารถเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูป การควบคุมคุณภาพ การบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนและกำหนดราคาจำหน่าย
อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง
ประวัติความเป็นมา ..........นางสายเผื่อน ม่วงเขียว เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่10 ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผู้มีความรู้ความสามารถด้านงานสิ่งประดิษฐ์และได้รับการยอมรับในฐานะวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพ ด้านการทำผ้ามัดย้อม มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนและเยาวชน ในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เป็นผู้ที่อุทิศตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และเป็นที่รัก เคารพนับถือของประชาชนใน ตำบลบ้านฆ้อง จึงได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีคุณค่า แก่ชุมชน.............. ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ...........แหล่งเรียนรู้ของนางสายเผื่อน ม่วงเขียว จัดตั้งขึ้นจากความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์แก่คนในชุมชน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานสิ่งประดิษฐ์ ด้านการทำผ้ามัดย้อม ที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพที่ได้รับความรักและความนับถือจากคนในชุมชน ด้วยจิตอาสาและความมุ่งมั่น ในการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงได้เปิดพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ และสืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ประชาชนและผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง............... กระบวนการจัดการเรียนรู้ ..........นางสายเผื่อน ม่วงเขียว ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเน้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงด้านการประดิษฐ์สิ่งของ พร้อมสาธิตขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างอาชีพได้ ทั้งยังใช้บ้านพักเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนและชุมชน........
อ.จอมบึง ต.ปากช่อง
เป็นบุคคลในชุมชนที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการจักสานผลิตภัณฑ์จากเส้นหวายเทียม โดยได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการจักสานจากการศึกษาด้วยตนเอง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก ผู้มีประสบการณ์ในชุมชน ตลอดจนการฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความชำนาญ และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้แก่ผู้เรียนและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างของการเรียนรู้ตลอดชีวิต การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาด้านงานหัตถกรรม รวมถึงการนำความรู้ ไปพัฒนาเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชน