ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี
อ.เมืองราชบุรี ต.คุ้งน้ำวน
ประวัติความเป็นมา ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังจากตำบลคุ้งน้ำวน จังหวัดราชบุรี ภายใต้ชื่อ "มะระ" เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2547 จากการรวมกลุ่มของชาวบ้าน โดยมีนายสมเกียรติ เสริมสิริปัญญา เป็นผู้นำกลุ่มและเป็นผู้ฝึกสอนการตัดเย็บ กระเป้าหนังให้แก่สมาชิกในกลุ่ม ผลิตภัณฑ์โดดเด่นของเราคือ กระเป้าหนังแท้ที่ตัดและเย็บด้วยมือ ซึ่งเราใส่ใจใจในขั้นตอนทุกรายละเอียด ทำให้กระเป๋าทุกใบมีความเป็นเอกลักษณ์และนอกจากงานเย็บมือแล้ว เรายังนำเครื่องจักรมาใช้ในการตัดเย็บเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิลภัณฑ์ของเรา ให้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการคัดสรรหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัตภัณฑ์ (OTOP) ระดับ 5 ดาว โดยกรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย และได้รับเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์ดีเด่นของจังหวัดราชบุรี (Ratchaburi Premium)
อ.เมืองราชบุรี ต.อ่างทอง
ความเป็นมา คำว่า "อ่างทอง" ปัจจุบันเป็นชื่อของตำบลหนึ่งในเขต อ.เมืองราชบุรี แต่เดิมในอดีตนั้นมีชื่อว่า "ตำบลดอนงิ้ว" เมื่อก่อนในบริเวณแถบบนี้มีหลายหมู่บ้าน ต่อมาได้รวมเข้าเป็นหมู่บ้านเดียวกันแล้วขนานนามเสียใหม่ว่า "บ้านใหญ่อ่างทอง" โดยพื้นที่นี้มีภูเขาเป็นฉากหลัง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก เมื่อเข้าฤดูฝนซึ่งมีน้ำหลากมาสู่พื้นที่ราบลุ่มรูปวงรี (เหมือนกับอ่าง) แห่งนี้ แล้วได้นำเอาแร่ธาตุต่างๆ มาด้วย โดยเฉพาะแร่ทองคำ ซึ่งอดีตชาวบ้านได้เล่าขานว่า สถานที่แห่งนี้มีทองคำเคลื่อนที่ได้ ซึ่งจะไหลมารวมกันอยู่บริเวณหน้าวัด ปัจจุบันเมื่อเดินทางผ่านไปมาบริเวณหน้าวัดจะเห็นน้ำเป็นพื้นสีขาวสะอาด สวยสด เต็มไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ ทั่วทั้งบริเวณ ฉะนั้นจึงเป็นมูลเหตุเกี่ยวกับ ชื่อวัดว่า "วัดใหญ่อ่างทอง" วัดใหญ่อ่างทอง ตั้งอยู่เลขที่ 96 หมู่ที่ 1 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 109 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองราชบุรี ประมาณ 6 กิโลเมตร ลักษณะส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม รูปวงรี ด้านหน้าวัดมีถนนสายเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักวิ่งผ่าน มีอาณาเขตติดต่อ คือ ทิศเหนือ จดถนนสายสุขาภิบาลอ่างทอง-ดอนแร่, บ้านชายทุ่ง หมู่ที่ 1 ทิศใต้ จดวัดเขาน้อยและหมู่บ้าน หมู่ที่ 4, 5 ทิศตะวันออก จดถนนสายเพชรเกษม ทิศตะวันตก จดหมู่บ้านต้นสัก และหมู่บ้านท่ามะเฟือง ประวัติ ประมาณปี พ.ศ.2329 หลวงพ่อโนจา พระชาวเชียงใหม่ ได้ออกธุดงค์มาถึง และเห็นว่าพื้นที่นี้เหมาะสมแก่การพักปฏิบัติธรรม และชาวบ้านเริ่มศรัทธา จึงได้มีการเริ่มต้นประกาศตั้งวัดขึ้นไปครั้งแรก ประวัติวัดในเบื้องต้นมีผู้บริจาคเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ 2 งาน และได้รับบริจาคที่ดินตั้งแต่หลวงพ่อโนจา มาจนถึงปัจจุบัน วัดใหญ่อ่างทองมีที่ธรณีสงฆ์รวม 39 ไร่ 47 ตารางวา ซึ่งจัดแบ่งเป็นเขตศาสนสถาน คือ พุทธาวาส และเขตสังฆาวาส และสาธารณสถานสวนหนึ่ง คือ ได้จัดให้มีการจัดตั้งโรงเรียนอันเป็นสถานศึกษาชั้นต้น และมีเขตพื้นที่จัดสรรประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย
อ.วัดเพลง ต.วัดเพลง
อาหารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ แต่หากอาหารนั้นมีสารที่เป็นอันตรายปนเปื้อน หรือแม้แต่มีสารที่อนุญาตให้ใช้ในอาหารได้แต่มีปริมาณที่มากกว่าที่กำหนดก็ย่อมให้เกิดพิษภัยกับผู้บริโภค ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีไม่เจ็บป่วย เป็นสิ่งที่รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้การสนับสนุน ควบคุม ดูแล เฝ้าระวัง และป้องกัน ให้กับประชาชน เน้นให้ประชาชนได้บริโภคอาหาร ปลอดภัย มีคุณค่าอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ ปัจจุบันปัญหาสำคัญที่พบในอาหารสด มักจะมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ อาจเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหรืออาจถึงกับชีวิตได้ ส่วนใหญ่ร้านค้าจะเห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผู้บริโภค ทำให้ได้รับสารปนเปื้อนเข้าไปสะสมในร่างกาย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอวัดเพลง ได้เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องสุขภาพตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการอาหารปลอดภัยขึ้นเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและประกันคุณภาพของอาหารและเป็นการพัฒนาและสร้างความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้ออาหารที่เหมาะสมอันจะส่งผลให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัย ต่อไป
อ.เมืองราชบุรี ต.ดอนแร่
กาละแม เป็นขนมไทยโบราณที่มีลักษณะเหนียวหนึบ สีน้ำตาลเข้มหรือดำ ทำจากแป้งข้าวเหนียว กะทิ และน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลโตนด นิยมกวนในกระทะจนเข้ากันดี มักเป็นของฝากชื่อดังจากหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ เกาะสมุย และพัทลุง
อ.วัดเพลง ต.วัดเพลง
เนื่องจากอำเภอวัดเพลงเป็นอาชีพเกษตรกรมีสมุนไพรเป็นพืชท้องถิ่นในปัจจุบันหลายชนิดและ มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่จะนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นการส่งเสริมพัฒนาประชาชนในตำบลให้ มีความรู้ ความสามารถตลอดจนพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง มั่งคั่ง และการมีงานทำอย่างยั่งยืนเพื่อให้ผู้เรียน มีสมรรถนะและนำความรู้ไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา อาชีพการมีงานทำใน ๕ กลุ่มอาชีพ ประกอบด้วย อาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม และอาชีพเฉพาะทาง หรือการบริการ รวมถึงการเน้นอาชีพช่างพื้นฐาน ประกอบกับกลุ่มพัฒนาคุณภ มาตรฐานการศึกษาได้จัดทำหลักสูตร เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะใหม่ (New Skill) เพิ่มสมรรถนะ (Up 5kl) หรือทบทวนทักษะ (Re Skill) ให้แก่ผู้เรียนและประชาชนทั่วไป ให้นำไปใช้ฝึกอาชีพชุมชนที่สอดดคล้องกับ ศักยภาพของผู้รับบริการและ ความต้องการของตลาดแรงงาน และเพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละ พื้นที่ จากการสำรวจพบว่า มีผู้ที่ว่างงาน ไม่ได้ทำงานในสถานประกอบการ มีความต้องการนำความรู้มา พัฒนาตนเอง และพัฒนาอาชีพเดิม สร้างอาชีพเสริมและสามารถนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย ให้กับตนเอง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอวัดเพลง จึงได้กำหนดการจัดทำหลักสูตรการทำสบู่สมุนไพรจากขมิ้นชัน ส่งเสริม สนับสนุนกลุ่มเป้าหมาย ให้ได้มีโอกาสในการ พัฒนาด้านวิชาชีพตามความถนัดและความต้องการของผู้เรียน สามารถนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง และพัฒนาอาชีพเดิมสร้างอาชีพ เสริมและสามารถนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย ให้กับตนเอง ช่วยเหลือครอบครัว และเป็นการ ลดปัญหาการว่างงาน
อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล
ปัจจุบันปริมาณขยะในครัวเรือนและชุมชนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะขยะประเภทพลาสติก ขวดน้ำ และเศษวัสดุต่าง ๆ ที่ย่อยสลายได้ยาก หากไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสมจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านมลพิษและความไม่เป็นระเบียบของชุมชน ดังนั้นการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะและเพิ่มคุณค่าให้กับวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะนำวัสดุเหลือใช้หรือขยะ เช่น ขวดพลาสติก เศษแก้ว พลาสติกแข็ง หรือวัสดุเหลือใช้ภายในบ้าน มาประดิษฐ์เป็น บล็อกตกแต่งสวนเรืองแสง ดีไอวาย โดยใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุหลักในการขึ้นรูป และผสมวัสดุเรืองแสงหรือสีเรืองแสงลงไป เพื่อให้บล็อกสามารถใช้ตกแต่งสวน ทางเดิน หรือพื้นที่รอบบ้านได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน โครงงานนี้นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของตกแต่งสวน และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล
ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๓ เดิมชื่อวัดชำแระเปลี่ยนเป็นชื่อวัดชัยรัตน์เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๐ โดยมีอาจารณจรัสขอเปลี่ยนชื่อวัดและเป็นเจ้าอาวาส มีเจ้าอาวาสปกครองเรื่อยมาจนถึงพระครูโสภณ วิริยากรได้บูรณะหอสวดมนต์ พ.ศ ๒๕๑๔ สร้างอุโบสถ พ.ศ.๑๕๑๖ สร้างศาลาการเปรียญ พ.ศ.๒๕๒๐ บูรณะซ่อมแซมกุฏิสงฆ์เป็นเรือนไม้ ๒ หลัง และได้สร้างฌาปนกิจสถาน สร้างกุฏิอีก ๑๘ หลังและบูรณะเจดีย์ทรงรามัญ นอกจากนั้นยังพัฒนาวัดจนได้รับรางวัลปรับสภาพสิ่งแวดล้อมและสะอาดจากเจ้าคณะ จ.ราชบุรีเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๐ ม.ยาว ๔๐ ม. ปัจจุบันพระอธิการพิพัฒน์ ประภาโต เป็นเจ้าอาวาส การศึกษามี รร.พระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓
อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล
พระไสยาสน์ท่าชุมพล ท่าชุมพล โพธาราม ราชบุรีมีป้ายชื่อเรียกพระนอนองค์นี้ตรงปากทางเข้ามาที่ศาลาพระนอนว่า พระไสยาสน์ท่าชุมพล มีพุทธลักษณะแบบท้องถิ่นที่ว่ากันว่ากลุ่มพ่อค้าชาวญวนมาสร้างไว้ ทาสีทองทั้งองค์ ยกเว้นบริเวณพระศกทาสีดำ มีดวงพระเนตรขาว มีพระเนตรดำ พระเกตุมาลาเป็นรัศมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับเศียร พระศอยาว อาจเป็นเพราะถูกลักตัดเศียรไปแล้วนำเศียรใหม่มาต่อคืน พระหัตถ์ขวาแบรับเศียรดูแปลก มีพระเขนย 3 ก้อนรับเศียรอีกที ในขณะที่ใต้พระวรกายมีสามเหลี่ยมแสดงปางโปรดอสุรินทราหู ปลายพระบาทซ้อนเสมอกัน ความยาวพระนอน ประมาณ 6 เมตร ประดิษฐานบนแท่นไม่สูงนัก ภายในศาลาโถงที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ดูร่มรื่นในบริเวณมีเพียงศาลาโถงที่ประดิษฐานพระนอนเท่านั้น ไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ทำให้บริเวณนี้ไม่ได้มีความเป็นวัด ทางชุมชนได้ช่วยกันบูรณะสร้างศาลาและปรับพื้นที่ภายในศาลาให้สะดวกต่อการเข้ามาสักการะบูชาพระนอนสวยแบบท้องถิ่นองค์นี้
อ.เมืองราชบุรี ต.ดอนแร่
นางสาวดลตวรรณ มณีจันทร์ เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทอผ้าและงานหัตถกรรมพื้นบ้านของชาวไท-ยวน
อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล
วัดเฉลิมอาสน์ตั้งอยู่ฝั่งขวาของลำน้ำแม่กลอง ปัจจุบันอยู่เขตพื้นที่ ต.ท่าชุมพล อ.โพธารามจ.ราชบุรี เดิมพื้นที่เป็นป่าพุทรา มีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่เศษ เจ้าของชื่อบุญไม่ทราบนามสกุลได้ถวายที่ดินเป็นที่ธรณีสงฆ์ มีอุโบสถร้างอยู่ 1 หลัง มุงด้วยหญ้าคาฝาขัดแตะไม้ไผ่ ผูกพัทสีมาเสร็จ สืบได้ว่าไม่ปรากฏท่านผู้ใดมาทำการสร้างไว้พระภิกษุ ที่มาจำพรรษา ธุดงค์มาจากที่อื่น ชาวบ้านในละแวกนั้น ได้นิมนต์ให้จำพรรษาต่อมาท่านพระครูธรรมเสนานี (แจ่ม)เจ้าคณะจังหวัดราชบุรีในขณะนั้นอยู่วัดโชคฝั่งซ้ายของแม่น้ำแม่กลองได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน ขอให้มีพระไปจำพรรษา เพื่อจะได้ทำบุญจึงได้เห็นความจำเป็นของชาวบ้านจึงได้คัดเลือกพระภิกษุที่มีความสามารถมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เพื่อจะได้ฉลองศรัทธาทายก ทายิกา จึงข้ามแม่น้ำแม่กลองพาพระมาอยู่จำพรรษา 5 รูป ในคณะที่มามีภิกษุ 1 รูปคือ พระภิกษุเกลี้ยง โสภิโต รวมอยู่ด้วย อยูได้ไม่กี่ปี พระที่ส่งมาก็หนีบ้างอยู่จนเหลือแต่พระภิกษุเกลี้ยง ต่อมาท่านพระธรรมเสนานีได้ช่วยสร้างศาลาการเปรียญ 1 หลัง พร้อมทั้งแท่นใส่บาตร และแต่งตั้งพระภิกษุเกลี้ยง เป็นเจ้าอาวาสหลังจากนั้นพระภิกษุเกลี้ยง ได้สร้างกุฎิ หอฉันท์ หอสวดมนต์ ดรงเรียนประชาบาล อุโบสถศาลาการเปรียญ โรงเรียนปริยัติธรรม จนถึงวาระสุดท้ายได้มารณะภาพ ทายกทายิกาได้สร้างรูปหล่อพระภิกษุเกลี้ยงเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ท่านมีส่วนสำคัญในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้ รวมถึงอดีตเจ้าอาวาสของวัดเฉลิมอาสน์เช่น เดียวกับศาสนสถาน วิหารพระพุทธรูปปางเลไลย์องค์โต ริมแม่น้ำแม่กลอง
อ.โพธาราม ต.ท่าชุมพล
ที่มาของชื่อวัดและตำบล: ในสมัยกรุงศรีอยุธยา บริเวณพื้นที่ตั้งวัดท่าหลวงพลเคยเป็นจุดที่ทหารไทยใช้เป็นที่รวมพลเพื่อเตรียมตัวรับศึกพม่า ชาวบ้านจึงเรียกว่า "ชุมนุมพล" ต่อมาเพี้ยนและเปลี่ยนเป็น "ท่าชุมพล" ซึ่งนำมาใช้เป็นชื่อตำบลในปัจจุบัน การตั้งวัด: วัดท่าหลวงพล ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2420 ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6 ตำบลท่าชุมพล สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2543 หลวงพ่อคง (พระครูสาธิตสุตการ): อดีตเจ้าอาวาสและเกจิอาจารย์รูปสำคัญที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวราชบุรี ในปี พ.ศ. 2483 ท่านได้สร้างมณฑปเจดีย์ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2561 ได้มีการพบกรุพระพุทธรูปโบราณจำนวนมากบนยอดมณฑปเจดีย์แห่งนี้
อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง
ประวัติความเป็นมา ..........นายสุวรรณ ศรีนาคเป็นผู้ใหญ่บ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผู้มีความรู้ความสามารถด้านการแปรรูปอาหารจากเนื้อหมูและได้รับการยอมรับในฐานะวิทยากร มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนและเยาวชนในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยัง เป็นผู้ที่อุทิศตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และเป็นที่รัก เคารพนับถือของประชาชนในตำบลบ้านฆ้อง จึงได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีคุณค่า แก่ชุมชน.............. ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ...........แหล่งเรียนรู้นายสุวรรณ ศรีนาค จัดตั้งขึ้นจากความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์แก่คนในชุมชน เป็นศูนย์การเรียนรู้วิสหกิจขุมชนในตำบลบ้านฆ้อง นายสุวรรณ ศรีนาค เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการแปรรูปอาหารจากหมูที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพที่ได้รับความรักและความนับถือจากคนในชุมชน ด้วยจิตอาสาและความมุ่งมั่น ในการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงได้เปิดพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ และสืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ประชาชนและผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง............... กระบวนการจัดการเรียนรู้ ..........นายสุวรรณ ศรีนาค ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเน้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมสาธิตขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างอาชีพได้ ทั้งยังใช้บ้านพักเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนและชุมชน........