แผนที่แหล่งเรียนรู้ (Learning T-Map)

ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี

ผลการค้นหา (พบ 475 รายการ)

วัดหนองกวางใหม่
สถานที่
1

วัดหนองกวางใหม่

อ.โพธาราม ต.หนองกวาง

วัดหนองกวางใหม่ หรือ วัดถ้ำบารมี จังหวัดราชบุรี วัดได้สร้างจำลอง เจดีย์พระธาตุ ประจำปีเกิดทั้ง 12 ราศี ให้ไหว้ขอพร เมื่อขึ้นไปด้านบนมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามรอบเจดีย์พระธาตุ มาวัดเดียวได้ไหว้พระธาตุครบ ทุกปีเกิด ด้วยบรรยากาศที่สวยงามท่ามกลางความเขียวขจีของต้นไม้โดยรอบ เป็นอีกวัดสวยของจังหวัดราชบุรี

วนอุทยานถ้ำเขาน้อย
สถานที่
1

วนอุทยานถ้ำเขาน้อย

อ.โพธาราม ต.หนองกวาง

วนอุทยานถ้ำเขาน้อย ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลหนองกวาง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีจุดเริ่มต้นจากพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ในอดีต การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ การสำรวจป่า และการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว คือเรื่องราวสำคัญของที่นี่พื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี มีเนื้อที่ราว 4,537 ไร่ และได้รับการจัดตั้งเป็นวนอุทยานถ้ำเขาน้อย เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ

นายสุกิจ สุภาพงศ์
บุคคล
1

นายสุกิจ สุภาพงศ์

อ.โพธาราม ต.เตาปูน

นายสุกิจ สุภาพงศ์ เปิดพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรสวนยายเหรียญ เป็นศูนย์เรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ศึกษาดูงานและฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การปลูกพืชสมุนไพร การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร การบรรจุภัณฑ์ การสร้างตราสินค้า และการตลาด ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาศึกษาดูงาน พร้อมทั้งส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง อันเป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างยั่งยืน

วิทยากรการทำอาหารขนม
บุคคล
1

วิทยากรการทำอาหารขนม

อ.โพธาราม ต.หนองกวาง

ในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เป็นต้นว่างานทำบุญ เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนิดจำเป็นต้องใช้กำลังคนอาศัยเวลาในการทำพอสมควร ส่วนใหญ่เป็น ขนบประเพณี เป็นต้นว่า ขนมงาน เนื่องในงานแต่งงาน ขนมพื้นบ้าน

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหนองนางแพรว
สถานที่
1

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหนองนางแพรว

อ.เมืองราชบุรี ต.น้ำพุ

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงซึ่งจัดตั้งขึ้นโดย การร่วมมือ กศน.อำเภอเมือง กศน.ตำบลน้ำพุ ในปีงบประมาณ 2553 เข้าไปจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงความพอเพียงระดับครอบครัว จำนวน 10 ครอบครัว มีสมาชิกทั้งหมด 25 คน และดำเนินการจัดกิจกรรมสานต่อ ในปีงบประมาณ 2554

โครงการทหารพันธุ์ดี กรมการทหารช่าง
สถานที่
1

โครงการทหารพันธุ์ดี กรมการทหารช่าง

อ.เมืองราชบุรี ต.เกาะพลับพลา

จัดตั้งขึ้นตามปณิธานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีทั้งหมด 5 โครงการ แบ่งพื้นที่การใช้ประโยชน์ จำนวน 5 โครงการดังนี้ - โครงการผลิตผักปลอดภัย ค่ายบุรฉัตร - โครงการเพาะพันธุ์ปลานิลจิตรลดา ค่ายบุรฉัตร - โครงการเลี้ยงปลาสลิดในนาข้าว ค่ายบุรฉัตร - ศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์ปีกพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” ภาคตะวันตก - โครงการผลิตพันธุ์โคพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” ภาคตะวันตก - โครงการเลี้ยงสุกรซูไท่ ค่ายบุรฉัตร โดยมีวัตถุประสงค์ให้ข้าราชการ ครอบครัว และพลทหารกองประจำการ ได้มีโอกาสเรียนรู้การปลูกผักปลอดภัย เพื่อบริโภค ในครัวเรือน และจำหน่าย ส่วนที่เหลือเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้แก่ครอบครัว ในการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่การเกษตรเดิม และพื้นที่ว่างเปล่าของ ช.11 พัน.602 และ ช.11 รวม 87 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็น พื้นที่สำหรับเกษตรปลอดภัย จำนวน 20 ไร่ พื้นที่ปศุสัตว์ จำนวน 43 ไร่ และ มีแหล่งน้ำ จำนวน 24 ไร่

วัดโพธิ์ไพโรจน์
สถานที่
1

วัดโพธิ์ไพโรจน์

อ.โพธาราม ต.โพธาราม

ประวัติความเป็นมา ประวัติความเป็นมาวัดโพธิ์ไพโรจน์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2430 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2468 ภายในวัดมีพระอุโบสถคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทยซึ่งก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 อย่างงดงาม ประดิษฐานพระประธาน พร้อมด้วยพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร และ "หลวงพ่อสุโขทัย" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีหอสวดมนต์อาคารไม้ทรงไทยที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2463 และศาลาการเปรียญตั้งแต่ พ.ศ. 2465 วัดแห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโพธาราม โดยได้เปิดสั่งสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2492 ปัจจุบันมีพระครูสุธีปริยัติโสภณดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส สืบทอดศาสนกิจและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเรื่อยมา ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ หลวงพ่อสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สำคัญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ไพโรจน์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี พระพุทธรูปองค์นี้มีพุทธลักษณะอันงดงามตามศิลปะสุโขทัยอันเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน ในพื้นที่ ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถทรงไทยของวัดซึ่งก่อสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2476 นับเป็นปูชนียวัตถุศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ทางวัดจึงได้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเหรียญหลวงพ่อสุโขทัยขึ้นในโอกาสต่างๆ โดยปรากฏวัตถุมงคลรุ่นสำคัญ เช่น เหรียญสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นที่แสวงหาของนักสะสม ปัจจุบันหลวงพ่อสุโขทัยยังคงเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองโพธารามที่สืบทอดความศรัทธามาอย่างยาวนาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ วัดโพธิ์ไพโรจน์ มีการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้วัดเป็นฐาน (Temple-Based Learning) ส่งเสริมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานที่จริง ผ่านกระบวนการศึกษาประวัติความเป็นมาของวัด ศิลปกรรม ประเพณี และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อปลูกผังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่ผู้ที่สนใจเรียนรู้

วัดไทรอารีรักษ์
สถานที่
2

วัดไทรอารีรักษ์

อ.โพธาราม ต.โพธาราม

ประวัติความเป็นมา ประวัติความเป็นมาวัดไทรอารีรักษ์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตำบลโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สันนิษฐานว่าเดิมเป็นวัดร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย ต่อมาชาวมอญที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารได้ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ราว พ.ศ. 2353 ในสมัยรัชกาลที่ 2 เดิมภาษามอญเรียกว่า "เพี้ยซาย" แปลว่า วัดผึ้ง เนื่องจากพื้นที่เดิมเป็นป่าทึบที่มีผึ้งอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนจะเพี้ยนเป็น "วัดไทร" ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อมีการบูรณะใหญ่จากความร่วมมืออารีของชาวบ้าน จึงได้ชื่อใหม่ว่า "วัดไทรอารีรักษ์" เอกลักษณ์ อันโดดเด่นคือภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบมณีจินดาภายในพระอุโบสถ เล่าเรื่องราวพุทธประวัติและฉากถวาย พระเพลิงพระบรมศพแบบมอญ นอกจากนี้ยังมีวิหารทรงไทยประยุกต์และเก๋งจีนโบราณที่ประดิษฐานมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทจำลอง วัดไทรอารีรักษ์จึงนับเป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงการผสมผสาน ทางวัฒนธรรมไทย มอญ และจีนได้อย่างงดงาม ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดไทรอารีรักษ์สร้างขึ้นด้วยเทคนิคสีฝุ่นแบบประเพณี เพื่อเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและอดีตพุทธเจ้า โดยสะท้อนถึงคติความเชื่ออันผูกพันของชาวมอญในแถบนี้อย่างลึกซึ้ง จุดเด่นสำคัญและล้ำค่าอย่างยิ่งคือ "ภาพฉากถวายพระเพลิงพระบรมศพ" ที่มีการเขียนภาพหีบพระบรมศพ ทรงแบบมอญ (เรียกว่า ลุ้ง) ตั้งประดิษฐานบนราชรถ พร้อมภาพบรรยากาศการเล่นดนตรี การละเล่น และขบวนแห่ตามประเพณีมอญโบราณอย่างละเอียดงดงาม นอกจากนี้ยังสอดแทรกวิถีชีวิต การแต่งกาย และวัฒนธรรม ของผู้คนยุครัตนโกสินทร์เอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จึงเป็นทั้งศาสนศิลป์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า คู่เมืองโพธาราม เก๋งจีนวัดไทรอารีรักษ์เป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปี ตั้งอยู่บริเวณวิหารด้านข้างพระอุโบสถ สะท้อนถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมไทย-จีนอย่างลงตัวในชุมชนริมแม่น้ำแม่กลอง ตัวเก๋งจีนก่อสร้างขึ้น เป็นอาคารครอบมณฑปไม้ทรงจินที่ประดิษฐาน "รอยพระพุทธบาทจำลอง" ภายในและโดยรอบมีการเขียน ภาพจิตรกรรม ลวดลาย ประดับตกแต่งด้วยลวดลายจีนโบราณอันประณีตสวยงาม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นปูชนียสถานให้ชาวไทย ชาวมอญ และชาวไทยเชื้อสายจีนได้กราบไหว้สักการะร่วมกัน ถือเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยากยิ่งอีกแห่งหนึ่ง กระบวนการจัดการเรียนรู้ วัดไทรอารีรักษ์ มีการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้วัดเป็นฐาน (Temple-Based Learning) ส่งเสริม การเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานที่จริง ผ่านกระบวนการศึกษาประวัติความเป็นมาของวัด ศิลปกรรม ประเพณี และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อปลูกผังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่ผู้ที่สนใจเรียนรู้

วัดโชค
สถานที่
1

วัดโชค

อ.โพธาราม ต.โพธาราม

ประวัติความเป็นมา ประวัติความเป็นมาวัดโชค ตั้งอยู่ที่ตำบลโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย สันนิษฐานว่าก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2380 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เดิมชื่อ "วัดหัวสะแก" เนื่องจากบริเวณที่ตั้งวัดเคยเต็มไปด้วยต้นสะแกขนาดใหญ่ที่ขึ้น อยู่หนาแน่น ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดโชค" เพื่อความเป็นสิริมงคลตามมงคลนามและความเชื่อของคนในท้องถิ่น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2485 ในยุคต่อมา ภายในวัดมี พระอุโบสถเป็นศูนย์รวมจิตใจ พร้อมด้วยสิ่งก่อสร้างทางการศึกษาและปฏิบัติตามหลักธรรม วัดโชคจึงนับเป็น ศูนย์รวมศรัทธาสำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาวอำเภอโพธารามที่สืบทอดมายาวนาน ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ พระพุทธโชติมงคล หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันอย่างเคารพศรัทธาว่า "หลวงพ่อโต" เป็นพระพุทธรูป ปูนปั้นปางประธานพรองค์ใหญ่กลางแจ้ง ประดิษฐานโดดเด่นโดดเด่นอยู่ ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดโชค ตำบลโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 ในสมัยของพระครูพิพัฒรัตโนภาส (เพี้ยน ทินฺโนภาโส) อดีตเจ้าอาวาส มีความกว้างหน้าตัก 12 เมตร และมีความสูง 20 เมตร จึงนับเป็น องค์พระประธานขนาดใหญ่ตระการตา ความสำคัญอันพิเศษคือภายในองค์พระพุทธโชติมงคลได้ใช้อัญเชิญ และบรรจุ "พระพุทธรูปโบราณ" เก่าแก่ของวัดอายุนับพันปีเอาไว้ภายใน ซึ้งพระพุทธรูปโบราณดังกล่าว เดิมทีประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถหลังเก่า ก่อนจะย้ายมาประดิษฐานไว้ภายในองค์หลวงพ่อโตนี้ ทำให้หลวงพ่อโตเป็นทั้งสัญลักษณ์แห่งมงคลนาม ความยึดเหนี่ยวจิตใจ และปูชนียวัตถุอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวโพธาราม กระบวนการจัดการเรียนรู้ วัดโชค มีการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้วัดเป็นฐาน (Temple-Based Learning) ส่งเสริมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานที่จริง ผ่านกระบวนการศึกษาประวัติความเป็นมาของวัด ศิลปกรรม ประเพณี และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อปลูกผังคุณธรรมจริยธรรม ให้แก่ผู้ที่สนใจเรียนรู้

โครงงานวิทยาศาสตร์ (เครื่องรดน้ำอัตโนมัติพลังงานแสงอาทิต)
นวัตกรรม
1

โครงงานวิทยาศาสตร์ (เครื่องรดน้ำอัตโนมัติพลังงานแสงอาทิต)

อ.โพธาราม ต.โพธาราม

ประวัติความเป็นมา ประวัติความเป็นมาของโครงงานเครื่องรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติพลังงานแสงอาทิตย์ ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบลโพธาราม เป็นโครงงานหรือนวัตกรรมเพื่อชุมชนและอาชีพที่มีเป้าหมายแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการนำความรู้ด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน มาประยุกต์ใช้เป็นสื่อและแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชนของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบลโพธาราม กระบวนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ของแหล่งเรียนรู้นวัตกรรม "เครื่องรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติพลังงานแสงอาทิตย์ " ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบลโพธาราม โดยทั่วไปยึดหลักการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-based Learning) ซึ่งบูรณาการทักษะ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

นางไพเราะ เปียถนอม ด้านพานิชยกรรม (การตัดเย็บผ้า)
บุคคล
1

นางไพเราะ เปียถนอม ด้านพานิชยกรรม (การตัดเย็บผ้า)

อ.โพธาราม ต.โพธาราม

ประวัติความเป็นมา นางไพเราะ เปียถนอม เกิดและเติบโตที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยถือกำเนิดในครอบครัวพ่อค้าแม่ค้าที่ประกอบอาชีพค้าขายในตลาดโพธารามมาอย่างยาวนาน บรรยากาศและความคุ้นเคยกับการค้าขาย มาตั้งแต่เยาว์วัย ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่หล่อหลอมให้ท่านเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาพาณิชยการ จนมีความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านการบริหารจัดการบัญชีและการคหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งท่านได้นำมาประยุกต์ใช้ ในการประกอบอาชีพหลักมาจนถึงปัจจุบัน ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ นางไพเราะ เปียถนอม ได้เลือกประกอบอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยทั้งทักษะความประณีต ฝีมืออันชำนาญ และความเชี่ยวชาญด้านคหกรรมศาสตร์ผสมผสานกันอย่างลงตัว ในด้านช่องทางการประกอบอาชีพ ได้เริ่มจากการเปิดร้านให้บริการตัดเย็บเสื้อผ้าตามสั่ง (Tailor-made) เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้บริโภคในท้องถิ่น ก่อนจะขยายช่องทางผ่านเครือข่ายปากต่อปาก ตลอดจนการรับงานสั่งตัดจากองค์กร หน่วยงาน และผู้สั่งผลิตในชุมชน ซึ่งช่วยสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงและสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับงานตัดเย็บให้เท่าทันยุคสมัย นายไพเราะ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่อง ผ่านการศึกษาเรียนรู้เทคนิคการตัดเย็บและการแพทเทิร์นใหม่ๆ ตลอดจนการปรับตัวเข้าสู่ช่องทางการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขวางขึ้น นอกเหนือจากประโยชน์ในการสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวแล้ว การประกอบอาชีพนี้ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยสร้างคุณค่า ให้บริการเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจแก่ผู้สวมใส่ อีกทั้งยังนับเป็นการอนุรักษ์ รักษามรดกหัตถกรรมเชิงช่าง และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในท้องถิ่นให้มีความยั่งยืนสืบไ กระบวนการจัดการเรียนรู้ นางไพเราะ เปียถนอม มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผสมผสานความรู้ด้านทฤษฎีควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติตนเองในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างทักษะและความชำนาญที่ถูกต้องอย่างแท้จริง การถ่ายทอดองค์ความรู้ในลักษณะนี้ ถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยยกระดับศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง และพร้อมนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพจริงได้อย่างมั่นใจ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทักษะอาชีพที่ยั่งยืน และสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางบุญส่ง ทองประเสริฐ การทำอาหาร-ขนม (ขนมแคะ)
บุคคล
1

นางบุญส่ง ทองประเสริฐ การทำอาหาร-ขนม (ขนมแคะ)

อ.โพธาราม ต.โพธาราม

ประวัติความเป็นมา นางบุญส่ง ทองประเสริฐ เกิดที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยมีคุณพ่อ คุณแม่ และครอบครัวประกอบอาชีพค้าขายอยู่ในตลาดโพธารามมาเป็นเวลานาน บรรยากาศของการค้าขายในตลาดตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้นางบุญส่งคุ้นเคยกับวิถีชีวิตของพ่อค้าแม่ค้า และซึมซับทักษะด้านการค้าขาย รวมถึงความขยัน อดทน และการบริการลูกค้า ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการประกอบอาชีพ ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ นางบุญส่ง ทองประเสริฐ ได้เรียนรู้การทำขนมแคะจากพี่น้องภายในครอบครัว ซึ่งเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากขนมแคะแล้ว ยังได้เรียนรู้การทำขนมไทยชนิดอื่น ๆ อีกหลายประเภท ทำให้มีความรู้ ความชำนาญ และเข้าใจขั้นตอนการทำขนมไทยอย่างละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การปรุงรส ไปจนถึงการรักษาคุณภาพและรสชาติให้คงความเป็นเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมและได้นำความรู้ในการทำขนมแคะ มาประกอบอาชีพเป็นอาชีพหลักเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี จนถึงปัจจุบัน โดยยึดถือความพิถีพิถันในกระบวนการผลิต ความสะอาด และความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ส่งผลให้ขนมแคะของนางบุญส่ง ทองประเสริฐ เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในชุมชนและผู้บริโภคทั่วไป ถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้และเป็นการอนุรักษ์ขนมไทยพื้นบ้านให้คงอยู่สืบไปโดยให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ สด สะอาด และได้มาตรฐาน ควบคู่กับการปรับปรุงสูตร และกระบวนการผลิตให้ทันสมัย เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน และยังคงรักษารสชาติดั้งเดิม ทำให้ขนมมีรสชาติอร่อย กลมกล่อม และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กระบวนการจัดการเรียนรู้ นางบุญส่ง ทองประเสริฐ เป็นผู้สืบสานและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทำขนมพื้นถิ่น โดยมุ่งหวังให้มรดกทางวัฒนธรรมอาหารนี้คงอยู่สืบไปสู่คนรุ่นหลัง ท่านได้จัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผสมผสานความรู้ ด้านทฤษฎีควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติจริง โดยให้ผู้เรียนได้ลงมือทำทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ซึ่งการถ่ายทอด องค์ความรู้ในลักษณะนี้ ไม่เพียงแต่นวัตกรรมกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและทักษะ ที่ถูกต้องอย่างแท้จริงเท่านั้น แต่ยังนับเป็นกลไกสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานเอกลักษณ์ของขนมพื้นถิ่นให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

แสดงหน้าที่ 25 จากทั้งหมด 40 หน้า