ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี
อ.จอมบึง ต.ปากช่อง
วัดปากช่อง ตั้งอยู่บ้านปากช่อง หมู่ที่ 2 ตำบลปากช่อง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2411 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2469 วัดมีความสำคัญในฐานะ ศูนย์รวมจิตใจและแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาของชุมชน ภายในวัดมีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และพระประธานประจำอุโบสถ นอกจากนี้ อุโบสถเก่ายังมีภาพเขียนพุทธประวัติที่มีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมและสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกด้วย
อ.จอมบึง ต.จอมบึง
เกิดจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชุมชนบ้านทำเนียบ เป็นพื้นที่เนินสูงลาดลงสู่บึงน้ำ มีความสำคัญทางท้องถิ่น เป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมอำเภอจอมบึง ณ โรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฎ์ ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุและวิถีชีวิตพื้นบ้าน
อ.จอมบึง ต.ปากช่อง
สวนสัตว์เปิดเขาประทับช้าง ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาประทับช้าง ตำบลปากช่อง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เดิมเป็นส่วนหนึ่งของสถานีวิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 เพื่อดูแล อนุรักษ์ เพาะเลี้ยง และขยายพันธุ์สัตว์ป่า ต่อมาได้จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็น สวนสัตว์เปิด เพื่อให้ประชาชน นักเรียน และนักศึกษาได้เข้าชมและเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด โดยมีสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ทั้งสัตว์ที่ได้รับการบริจาคและสัตว์ของกลางที่ได้รับการช่วยเหลือ ปัจจุบันพื้นที่จัดแสดงมีลักษณะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า
อ.จอมบึง ต.ด่านทับตะโก
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและแปลงใหญ่สมุนไพรเป็นแหล่งท่องเที่ยวแก่งท่าอีปะ สัมผัสวิถีเกษตรแหล่งเรียนรู้สมุนไพรด่านทับตะโกโมเดล ที่ชุมชนบ้านท่าอีปะ หมู่ที่ 13 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรีนายสุพัฒน์ อ่อนคง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีได้ตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชสมุนไพรด่านทับตะโก ซึ่งได้รับการยกระดับเป็นแปลงใหญ่สมุนไพรด่ายทับตะโกอำเภอจอมบึง โดยนางสาวโสภี บัวผัน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชสมุนไพรด่านทับตะโก นายสวน อินวิเชียร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 และคณะพาเยี่ยมชมการปลูกสมุนไพรและการแปรรูปสมุนไพรภายในหมู่บ้าน สำหรับบ้านท่าอีปะส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายไทยวนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก รวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นไม่ต่ำกว่า 30 ปี จนปัจจุบันได้มีการรวมกลุ่มและพัฒนาต่อยอด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีและสำนักงานเกษตรอำเภอจอมบึงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขับเคลื่อนการเกษตรเชิงพื้นที่และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมในการสร้างเศษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและยังยืน ภายใต้บริบทและอัตลักษณ์ของชุมชนสมุนไพรแห่งนี้ นางสาวโสภี บัวผัน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพีชสมุนไรด่านทับตะโกกล่าวว่า จุดเริ่มต้นของสมุนไพรที่นี่ เริ่มตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายจนมาถึงรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เก็บสมุนไพรจากป่าและ มีการค้าขายพืชสมุนไพรเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้กับชุมชนเรื่อยมากว่า 30 ปี จนมาถึงรุ่นของเราที่มีการสืบทอดและได้มีเริ่มก่อตั้งเป็นกลุ่มเกษตรปลูกพืชสมุนไพร และเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จนพัฒนาต่อยอดเป็นกลุ่มแปลงใหญ่สมุนไพรด่านทับตะโก ซึ่งในกระบวนการของสมุนไพรจะปลูกพืชประเภทหัวมากกว่าล้มลุก โดยช่วงต้นปีจะเก็บเกี่ยวพืชหัวที่มีการปลูกกันกว่า 300 ไร่ ส่วนพืชล้มลุกก็จะปลูกบริเวณรอบบ้านและเก็บเกี่ยวจากธรรมชาติ ในการทำงานของกลุ่มก็จะมีคณะกรรมการบริหาร การแปรรูปก็มีโรงเรือน และตู้อบโซล่าเซลล์ ซึ่งจะนำวัตถุดิบผลผลิตส่งขายมากการการแปรูป และในสถานการณ์โควิด 19 พืชสมุนไพรที่มาแรงและเป็นที่ต้องการของตลาดคือ ฟ้าทะลายโจร กระชายก็จะทำเหง้ากระชายอบแห้ง แคปซูลส่งร้านยา โรงพยาบาลและขายให้กับชุมชน นอกจากนี้ ก็มีการชำต้นฟ้าทะลายโจรแจกจ่ายให้กับชุมชนและโรงพยาบาลราชบุรีในการดูแลผู้ป่วยโควิด 19 และเป้าหมายที่นี่ต้องการให้เป็นศูนย์รวมแหล่งปลูกสมุนไพร และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ครบวงจร และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้มาศึกษาดูงานการแปรรูปสมุนไพร วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ว่าทำไมคนในพื้นที่จึงมีอายุยืนยาว ทางด้านนายสุพัฒน์ อ่อนคง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีกล่าวว่า ตานโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีและสำนักงานเกษตรอำเภอจอมบึงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนการรวมกลุ่มพี่น้องเกษตรกร ซึ่งดั่งเดิมที่นี่มีการทำเกษตรและปลูกพืชสมุนไพรในการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรค จนได้สนับสนุนการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และมีนโยบายส่งเสริมในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ปลูกสมุนไพรที่มีสมาชิก 34 รายที่จะมีการพัฒนาใน 5 ด้านคือ การลดต้นทุนการผลิตการเพิ่มคุณภาพของผลผลิต การรับรองมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค การบริหารจัดการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มและการเชื่อมโยงการตลาดให้มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน และได้จัดเวทีค้นหาความรู้ชุมชน ที่จะมีการต่อยอดไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแก่งท่าอีปะให้เกิดความเชื่อมโยงกับกับแหล่งเรียนรู้สมุนไพรในอนาคตต่อไป ทางด้านนายสวน อินวิเชียร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 บ้านท่าอีปะ ได้บอกกล่าวเรื่องของชุมชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเดิมก่งท่าอีปะอยู่ในแม่น้ำลำภาชีเป็นป่รกร้าง หลังจากสถานการณ์โควิด 19 รอบ 3 พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านไม่สามารถไปขายของได้ตามปกติ ก็เลยชวนชาวบ้านมาร่วมกันพัฒนาแก่งท่าอีปะ ในภาษาไทยวน ท่าก็คือท่าน้ำ ปะคือ มาพบกันก็ก่อเกิดการพัมนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนเพื่อให้เชื่อมโยงกับแปลงใหญ่สมุนไพร สามารถมาเล่นน้ำสัมผัสกับธรรมชาติและมาไหว้พระหลวงพ่อใหญ่ โดยชุมชนได้ทำสะพานไม้ไผ่ขึ้นยาวประมาณ 200 เมตรเสมือนเป็นบันไดสวรรค์ ซึ่งในพื้นที่ก็เป็นแหล่งประวัติศาสตร์และมีวิถีชุมชน มีแก่งท่าอีปะมีจุดเล่นน้ำเพื่อการท่องเที่ยว โดยทางชุมชนก็ได้เตรียมพร้อมกับการเปิดการท่องเที่ยวอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด 19คลี่คลาย จากแปลงใหญ่สมุนไพรด่านทับตะโกโมเดลสู่การท่องเที่ยววิถีชุมชนแก่งท่าอีปะ อีกชุมชนการเรียนรู้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดราชบุรีและชุมชนได้ร่วมกันขับเคลื่อนในการต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ตอบโจทย์กับสถานการณ์พร้อมเตรียมเปิดชุมชนในการสร้างงานสร้างรายได้และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี
อ.เมืองราชบุรี ต.หน้าเมือง
นายอาทร คงคา วิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับ การทอผ้าขาวม้า
อ.เมืองราชบุรี ต.สามเรือน
นายกิตติพงษ์ บุตรจะนะ วิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับ การตกแต่งผ้าในงานพิธีการ
อ.เมืองราชบุรี ต.น้ำพุ
นายลำพอง ทองประทีป วิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับ เรื่องการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงความพอเพียงระดับครอบครัว
อ.ปากท่อ ต.ปากท่อ
ขนมไทยมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการ เลือกสรร วัตถุดิบ วิธีการทำ ที ่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน เป็นขนม ที ่มี ความเกี่ยวข้องกับคนไทยมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การประกอบอาชีพธุรกิจขนมไทยเป็นอาชีพอิสระ ในการทำ มาหากินและสร้างรายได้ให้กับตนเอง ขนมไทย กล่าวได้ว่ามีอยู ่คู ่กับคนไทยมาช้านาน เพราะเป็นวัฒนธรรม อย่าง หนึ่งที่บ่งบอกว่า คนไทยเป็นคนมีลักษณะนิสัยอย่างไรเนื่องด้วยขนมไทยแต่ละชนิดล้วนมีเสน่ห์มีรสชาติที่ แตกต่างกัน
อ.จอมบึง ต.จอมบึง
นายสมหวัง สุขพ่วง คือบุคคลที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันจนเป็นแบบอย่างให้กับลูกๆของท่าน พื้นที่ 5 ไร่ การออกแบบพื้นที่ตามหลักของ เกษตรทฤษฎีใหม่ (การปลูกพืชผสมผสาน) มีระบบจัดการน้ำตามศาสตร์พระราชา เปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งให้มีน้ำตลอดปี มีความสามารถกักเก็บน้ำฝน ได้ทั้งบนดินและใต้ดิน ที่นี่เราแสดงแนวคิดของพระราชา เมื่อในนาไม่ได้ มีแค่ข้าว นาข้าวคือชีวิตและจิตวิญญาณหลายดวงรวมกันอยู่ที่นี่ ความสมบูรณ์ของท้องนา ที่ปราศจากสารเคมี เกิดระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ ลมหนาวข้าวเบาไหวๆตามสายลม นาข้าวมาตรฐาน Earth Safe อินทรีย์วิถีไทย ไร่สุขพ่วง : Rai Sukphoang สถานที่ถ่ายทอดความรู้ ไร่สุขพ่วง ความสุขพร้อมแบ่งปัน เดินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ถ่ายทอดให้ความรู้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ในแต่ละเดือนจะมีบุคคลภายนอกมาศึกษาดูงานเป็นจำนวนมากด้านการถ่ายทอดให้ความรู้ คุณสมหวัง สุขพ่วง จะเป็นวิทยากรบรรยายในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ และยังถ่ายทอดความรู้และฝึกประสบการณ์ในพื้นที่ ผลผลิตของเกษตรกรที่ยึดมั่นในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน ด้วยการมีตัวตนที่ชัดเจนและเจตจำนงที่แน่วแน่ของพวกเขา ลุกขึ้นมาสร้างสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวที่เขารัก รวมถึง ชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ กาย ผลแห่งการปฏิบัติจึงเป็นสิ่งที่รับรองตัวตนและสิ่งดีงามที่ได้กระทำผ่านเรื่องราว ผ่านวัฒนธรรมประเพณีความเป็นวิถีไทย “เราจะน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามศาสตร์พระราชามาถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่สนใจนำไปปฏิบัติ”
อ.เมืองราชบุรี ต.หนองกลางนา
นางวรรณา ทรัพย์อินทร์ อาชีพ : ธุรกิจส่วนตัว ที่อยู่ปัจจุบันบ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองกลางนาอำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี 70000 โทรศัพท์ : 083-5452662 ประสบการณ์ มีประสบการณ์งานการศึกษาต่อเนื่อง ด้านงานฝีมือ งานหัตถกรรม และการทำขนมไทยโบราณ มากกว่า 30 ปี ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้แก่ผู้สนใจ เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างอาชีพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
อ.เมืองราชบุรี ต.คุ้งกระถิน
นายสุวโรจน์ เทพเทียนชัย วิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับ โครงการ โคก หนอง นา โมเดล มีการเลี้ยงเป็ด เลี้ยงห่านเพื่อกินไข่ และนำมูลมาทำปุ๋ยหมัก เลี้ยงปลานิล ปลาบึก ปลาตะเพียน มีการตกแต่งสถานที่เพื่อรองรับผู้มาศึกษาดูงาน และจัดงานเลี้ยงสังสรรค์
อ.ปากท่อ ต.ปากท่อ
พัฒนามาจากภูมิปัญญาการจักสานพื้นบ้าน เมื่อหวายธรรมชาติหายากและมีราคาแพง ชุมชนจึงหัน มาใช้วัสดุสังเคราะห์อย่างพลาสติกและโพลิเมอร์เพื่อสืบทอดอาชีพ ลดต้นทุน และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ทนทานและเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนชุมชน และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์