แผนที่แหล่งเรียนรู้ (Learning T-Map)

ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี

ผลการค้นหา (พบ 461 รายการ)

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากนมแพะ
นวัตกรรม
1

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากนมแพะ

อ.เมืองราชบุรี ต.อ่างทอง

การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะ เป็นนมพาสไขมันเต็ม 100% , นมพาสไขมัน 0%, นมข้นหวาน,ไอศกรีม, โยเกิร์ต , เต้าหู้นมสด ,ขนมคุ๊กกี้ ,การแปรรูปกล้วยดิบเป็นแป้งกล้วยและแปรรูปเป็นเครื่องสำอาง ได้แก่ สบู่และโลชั่น เป็นต้น ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ต้องผ่านการเรียนรู้ และตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา
บุคคล
1

กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา

อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง

ประวัติความเป็นมา ..........กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา ที่นอนนุ่นผ้า ... โดยเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อยในชุมชนที่มาจากเดิมเคยทำงานเป็นฝ่ายการตลาดให้กลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา โดยไปออกขายตามงานต่าง ๆ รวมทั้งไปงาน OTOP ที่เมืองทองธานีด้วย ซึ่งได้ไปติดต่อกันถึง 5 ปี และจากการที่ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและทราบความต้องการของลูกค้า จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะตั้งกลุ่มเพื่อทำการผลิตเอง ทำการตลาดเพื่อขายด้วยตนเองโดยจัดตั้งเป็นวิสาหกิจร่วมกับเครือญาติประมาณ 10 คน ในช่วงเริ่มต้นของการประกอบกิจการจะขายตามตลาดนัด ประมาณ 1-2 ปี จากนั้นจึงได้จดทะเบียนเป็นกลุ่ม OTOP โดยใช้วัตถุดิบภายในชุมชนเพราะว่าชุมชนโพธารามเป็นแหล่งผลิตตุ๊กตาส่งออกรายต้น ๆ ของประเทศ ทำให้การหาวัตถุดิบไม่ยุ่งยาก โดยกลุ่มที่นอนนุ่นปวีณาเป็นการรวมทุนแบบวิสาหกิจชุมชน ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ...........แหล่งเรียนรู้ของกลุ่มที่นอนนุ่นปวีณา ที่นอนนุ่นผ้า จัดตั้งขึ้นจากความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์แก่คนในชุมชน ในตำบลบ้านฆ้อง ที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพที่ได้รับความรักและความนับถือจากคนในชุมชน ด้วยจิตอาสาและความมุ่งมั่น ในการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงได้เปิดพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ และสืบสา ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ประชาชนและผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง............... กระบวนการจัดการเรียนรู้ .......... คุณปวีณา ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเน้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงด้านการประดิษฐ์สิ่งของ พร้อมสาธิตขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างอาชีพได้ ทั้งยังใช้บ้านพักเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนและชุมชน........

วัดถ้ำสิงโตทอง
สถานที่
3

วัดถ้ำสิงโตทอง

อ.จอมบึง ต.ปากช่อง

วัดถ้ำสิงโตทอง ตั้งอยู่บ้านถ้ำสิงโต หมู่ที่ 11 ตำบลปากช่อง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เริ่มต้นจากการเป็น ที่พักสงฆ์ถ้ำสิงโตทอง โดยมี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นผู้ริเริ่มให้จัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นสถานที่สงบสำหรับปฏิบัติธรรม ต่อมาได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างวัดใน พ.ศ. 2521 และประกาศตั้งวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 เดิมใช้ชื่อ “วัดเขาถ้ำสิงโต” ก่อนเปลี่ยนกลับมาเป็น “วัดถ้ำสิงโตทอง” และเป็น ศาสนสถานสำคัญของอำเภอจอมบึงที่มีความเกี่ยวข้องกับหลวงปู่โต๊ะและมีประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของชุมชน

เมฆลอย ฟาร์ม
บุคคล
1

เมฆลอย ฟาร์ม

อ.เมืองราชบุรี ต.อ่างทอง

จากวิกฤตต้มยํากุ้ง เมื่อปี 2540 ส่งผลทำให้นายมูฮำหมัด เมฆลอย ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และหันมาเลี้ยงแพะเนื้อส่งจำหน่ายยังภาคใต้ ต่อมาได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์ท่านหนึ่ง ให้ลองหันมาเลี้ยงแพะนม เพราะแพะเนื้อต้องใช้เวลาจนแพะโตะส่งจำหน่ายได้ ส่วนแพะนมนั้น สามารถสร้างรายได้ในทุก ๆ วัน นายมูฮัมหมัด จึงลองเปิดใจหันมาเลี้ยงแพะนมตามคำแนะนำ และถือเป็นเจ้าแรก ๆ ในจังหวัดราชบุรี อีกทั้งในขณะนั้น ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะหันมาบริโภคนมแพะ และไม่ทราบถึงคุณประโยชน์ สาเหตุนี้จึงทำให้นายมูฮัมหมัดและภรรยา มีความมุ่งมั่นที่จะสรรค์สร้างผลผลิตจากนมแพะ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยทำการรวบรวมสมาชิกที่มีความสนใจอยากจะเลี้ยงแพะนม จัดตั้งเป็น วิสาหกิจชุมชน“กลุ่มแพะก้าวหน้า ราชบุรี” ในปี พ.ศ. 2550 รวมทั้งเข้าไปเรียนรู้ถึงกระบวนการเก็บรักษาคุณภาพนม การละลาย และการเตรียมการแปรรูปจากนมแพะ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรกำแพงแสน ในปัจจุบัน มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากนมแพะ เป็นนมพาสไขมันเต็ม 100% , นมพาสไขมัน 0%, นมข้นหวาน,ไอศกรีม, โยเกิร์ต , เต้าหู้นมสด ,ขนมคุ๊กกี้ ,การแปรรูปกล้วยดิบเป็นแป้งกล้วยและแปรรูปเป็นเครื่องสำอาง ได้แก่ สบู่และโลชั่น เป็นต้น ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ต้องผ่านการเรียนรู้ และตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

นางมาลัย วัฒวรรน์
บุคคล
2

นางมาลัย วัฒวรรน์

อ.จอมบึง ต.ปากช่อง

เป็นบุคคลในชุมชนที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการประกอบอาหารและการแปรรูปอาหาร โดยมีความสนใจในการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษา จนเกิดความรู้ ความชำนาญ และสามารถนำองค์ความรู้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่มีคุณภาพ และนำความรู้และประสบการณ์ด้านการแปรรูปอาหารมาถ่ายทอดให้แก่สมาชิกในครอบครัว ประชาชน เยาวชน และผู้สนใจในชุมชน โดยเน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ผู้เรียนจะได้รับทั้งความรู้ภาคทฤษฎีและทักษะภาคปฏิบัติ สามารถเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูป การควบคุมคุณภาพ การบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนและกำหนดราคาจำหน่าย

นางสายเผื่อน  ม่วงเขียว
บุคคล
1

นางสายเผื่อน ม่วงเขียว

อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง

ประวัติความเป็นมา ..........นางสายเผื่อน ม่วงเขียว เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่10 ตำบลบ้านฆ้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ผู้มีความรู้ความสามารถด้านงานสิ่งประดิษฐ์และได้รับการยอมรับในฐานะวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพ ด้านการทำผ้ามัดย้อม มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนและเยาวชน ในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เป็นผู้ที่อุทิศตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และเป็นที่รัก เคารพนับถือของประชาชนใน ตำบลบ้านฆ้อง จึงได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีคุณค่า แก่ชุมชน.............. ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ...........แหล่งเรียนรู้ของนางสายเผื่อน ม่วงเขียว จัดตั้งขึ้นจากความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์แก่คนในชุมชน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านงานสิ่งประดิษฐ์ ด้านการทำผ้ามัดย้อม ที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นวิทยากรสิ่งประดิษฐ์มืออาชีพที่ได้รับความรักและความนับถือจากคนในชุมชน ด้วยจิตอาสาและความมุ่งมั่น ในการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม จึงได้เปิดพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ และสืบสาน ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่ประชาชนและผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง............... กระบวนการจัดการเรียนรู้ ..........นางสายเผื่อน ม่วงเขียว ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเน้น การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงด้านการประดิษฐ์สิ่งของ พร้อมสาธิตขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ซักถาม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างอาชีพได้ ทั้งยังใช้บ้านพักเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนและชุมชน........

นางคำแก้ว ชนะอินทร์
บุคคล
2

นางคำแก้ว ชนะอินทร์

อ.จอมบึง ต.ปากช่อง

เป็นบุคคลในชุมชนที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการจักสานผลิตภัณฑ์จากเส้นหวายเทียม โดยได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการจักสานจากการศึกษาด้วยตนเอง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก ผู้มีประสบการณ์ในชุมชน ตลอดจนการฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความชำนาญ และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้แก่ผู้เรียนและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างของการเรียนรู้ตลอดชีวิต การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาด้านงานหัตถกรรม รวมถึงการนำความรู้ ไปพัฒนาเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชน

ภาพวัดดีบอน
สถานที่
1

ภาพวัดดีบอน

อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง

สรุปสาระสําคัญของแหล่งเรียนรู้ ประวัติความเป็นมาวัดดีบอน เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างเมื่อก่อนปี พ.ศ. ๒๓๘๔ ประกาศตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๔ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๒ เล่ากันว่า พระอาจารย์แจ้งได้พาครอบครัวและชาวบ้านที่ศรัทธาท่านเดินทางมาตั้งหมู่บ้านขึ้นในบริเวณนี้ เพราะว่าทำเลดีเหมาะสมกับการเพาะปลูก และในบริเวณนี้เองมีบอน ชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติสามารถกินดิบๆ โดยไม่เกิดอาการคันเหมือนกับบอนทั่วไป จึงพากันเรียกชื่อแหล่งนี้ว่า บอนดี และเพี้ยนมาเป็นดีบอน ในที่สุด พร้อมกับร่วมมือร่วมใจกันสร้างวัดขึ้น โดยเรียกกันว่า วัดดีบอน ภานในวัดมีพระพุทธรูปศิลาแลง เศียรพระพุทธรูป และพบซากอิฐเก่า ๆ ก้อนใหญ่กว่าอิฐทั่วๆไป เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา นอกจากนั้นก็พบซากสิ่งปลักหักพังอันเป็นของโบราณกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ การตั้งวัด: สร้างและประกาศตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2384 ในสมัยอยุธยาตอนปลายมีอาจารย์แจ้งนำพาญาติโยมมาตั้งถิ่นฐานเพราะดินดี ชื่อวัด: บริเวณนั้นมีต้นบอนขึ้นเองกินดิบไม่คัน เรียกว่า "บอนดี" แล้วเพี้ยนมาเป็น "ดีบอน" วิสุงคามสีมา: ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2512 กระบวนการจัดการเรียนรู้ การบรรยายเรื่องวิถีชีวิตของชุมชนมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงออกผ่านพิธีกรรมที่ปะปนความเชื่อระหว่างผีและพุทธ อีกทั้งจิตรกรรมในศาลาการเปรียญก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชนประวัติความเป็นมาของวัดดีบอน

วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม
สถานที่
2

วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม

อ.ดำเนินสะดวก ต.แพงพวย

วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ก่อตั้งและประกาศตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2534 ตั้งอยู่ที่ตำบลแพงพวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มีจุดเริ่มต้นจากสถาบันพุทธภาวนาวิชชาธรรมกาย ซึ่งก่อตั้งขึ้นในพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 เพื่อเผยแผ่การปฏิบัติวิชชาธรรมกายตามแนวพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

มะพร้าวน้ำหอมเผา
สถานที่
2

มะพร้าวน้ำหอมเผา

อ.ดำเนินสะดวก ต.แพงพวย

การทำมะพร้าวน้ำหอมเผาจากแก๊ส

วัดบ้านฆ้อง
สถานที่
1

วัดบ้านฆ้อง

อ.โพธาราม ต.บ้านฆ้อง

สรุปสาระสําคัญของแหล่งเรียนรู้ ประวัติความเป็นมาวัดบ้านฆ้องในอดีตเรียกกว่าวัดฆ้องใหญ่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตของอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยตัววัดบ้านฆ้องตั้งอยู่ในชุมชนกลุ่มลาวเวียงที่ถูกเทครัวมาจากเมืองเวียงจันทร์หรือนครหลวงเวียงจันทร์ของสปป.ลาว ในปัจจุบัน โดยเริ่มอพยพมาตั้งแต่ครั้นสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช จากการนำทัพของเจ้าพระยามหากษัตรย์ศึก (พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) โดยอพยพมาอยู่ในบริเวณพื้นที่นี้ โดยในอดีตพื้นที่ใกล้เคียงเคยมีปัญหากับกลุ่มรามัญ (มอญ) ที่อยู่มาเดิม ทำให้ต้องถอยลงมาห่างจากแม่น้ำแม่กลอง 2 กิโลเมตร ภายหลังจาการถอยร่นก็มาอยู่ในเขตสามตำบล ในปัจจุบันคือบ้านฆ้อง บ้านเลือก และบ้านสิงห์เนื่องจากอดีตพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นวัดมาก่อน หากแต่ว่าตอนที่กลุ่มชาวลาวเวียงอพยพเข้ามาพื้นที่บริเวณนี้ไม่ได้เป็นวัดแล้วหลงเหลือเพียงตัวอาคาร โบสถ์ที่รกร้างไว้เท่านั้น โดยโบสถ์ได้รับการบูรณะจากพระอาจารย์มะนาวเชี่ยว ผู้บุกเบิกบูรณะวัดในพื้นที่นี้ ซึ่งระหว่างบูรณะก็ได้ขุดสระขึ้นในบริเวณวัด จากการขุดสระก็นำมาซึ่งคำว่า "ฆ้อง" ของชุมชน เพราะจากการขุดสระขังน้ำเป็นสระขนาดใหญ่ทางทิศตะวันตกของวัดในขณะที่ทำการขุดอยู่นั้น ปรากฏว่าได้พบฆ้องใหญ่มหึมาจมดินอยู่ใบหนึ่ง ประชาชนที่ขุดต่างก็ดีอกดีใจช่วยกันขุดเป็นการใหญ่ จนกระทั่งขุดขึ้นมาทำการเช็ดล้างและทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็ได้นำมาแขวนไว้ที่กิ่งต้นพิกุลใหญ่ ขนาดเท่าวงล้อเกวียนสมัยโบราณเนื้อคล้ายทองสัมฤทธิ์ พระอาจารย์มะนาวเชี่ยว และ ประชาชนจึงได้ตั้งชื่อวัดร้างนี้ว่าวัดบ้านฆ้อง เป็นมงคลนามมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันปัจจุบันตัวฆ้องที่ค้นพบก็ยังคงอยู่ภายในวัด และวัดบ้านฆ้องยังทำหน้าที่เป็นศาสนาสถานที่สำคัญของชุมชนระแวงบ้านฆ้องที่เป็นชุมชนลาวเวียง นอกจากนี้จากการที่กลุ่มชาวลาวเวียงได้อพยพไปในอำเภออื่น เช่น บ้านโป่งก็ทำให้ได้เกิดการสร้างชุมชนและวัดใหม่ในย่านชุมชนของตนเอง โดยใช้ชื่อว่าวัดบ้านฆ้องน้อยตามชื่อวัดบ้านฆ้องที่ โพธาราม จังหวัดราชบุรี ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ในห่วงเวลาก่อนสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ชุมชนแห่งนี้ได้โอบรับกลุ่มคนที่ถูกกวาดต้อนลงมาจากเวียงจันทร์ ซึ่งการเข้ามาของชาวเวียงจันทร์มีอยู่ 2 ประเภท คือ หนึ่ง ต้องอยู่ภายใต้สังกัดมูลนายแก่นายกองที่กำชัยในครั้งนั้น หรืออีกกลุ่มก็สามารถอยู่ได้อย่างอิสระตามพื้นที่ราชสำนักได้กำหนดไว้ ซึ่งก็คือบริเวณพื้นที่ในจังหวัดราชบุรี ในปัจจุบัน ชุมชนบ้านฆ้องก็เป็นหนึ่งในชุมชนที่มาจากการอพยพเทครัวลงมา โดยบริเวณแรกที่อาศัยอยู่เป็นบริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งก็เกิดข้อพิพาทในการทำมาหากินระหว่างชาวลาวและรามัญ ทำให้เกิดการตกลงใหม่ที่ให้คนลาวขยับถอยห่างจากแม่น้ำแม่กลอง 2 กิโลเมตร โดยประมาณ ในบริเวณตำบลบ้านเลือก บ้านฆ้อง และบ้านสิงห์ ส่วนชาวรามัญหรือมอญอาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำ โดยชุมชนทั้งสองอาศัยอยู่ในพื้นที่ตนเองอย่างสงบสุข กระบวนการจัดการเรียนรู้ การบรรยายเรื่องวิถีชีวิตของชุมชนมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงออกผ่านพิธีกรรมที่ปะปนความเชื่อระหว่างผีและพุทธ อีกทั้งจิตรกรรมในศาลาการเปรียญก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชน ลาวเวียง

นางสาวนวลลออ เทอดเกียรติกุล
บุคคล
2

นางสาวนวลลออ เทอดเกียรติกุล

อ.ดำเนินสะดวก ต.แพงพวย

ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2561 โดย คุณนวลลออ เทอดเกียรติกุล (คุณอร) อดีตสาวออฟฟิศและอดีตประธาน Young Smart Farmer จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีความฝันอยากทำสวนตั้งแต่อายุ 19 ปี แต่ใช้เวลาวางแผนและสร้างความมั่นคงในงานประจำก่อน จนกระทั่งอายุ 40 ปี จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาสานฝันของตัวเองจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำด้านธุรกิจสายการบิน ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว โดยเลือกปลูกมะพร้าวน้ำหอม ด้วยความหลงใหลและชื่นชอบมาตั้งแต่วัยเด็ก เรียกว่าเป็นพวก “Coconut Lover”ก็ว่าได้ ตั้งใจศึกษาอย่างจริงจังใช้เวลากว่า 6 เดือน โดยมีพื้นฐานความชอบในการเกษตรเป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนให้เกิดเป็นธุรกิจ แบรนด์ “Aromatic Farm” ที่แปลว่า ดินแดนที่ปลูกผลผลิตทางการเกษตรที่มีกลิ่นหอมจากธรรมชาติ

แสดงหน้าที่ 19 จากทั้งหมด 39 หน้า