ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี
อ.วัดเพลง ต.จอมประทัด
วิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงแปรรูปกาบกล้วยน้ำว้าพันธุ์กาบขาว ตำบลจอมประทัด อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี เกิดจากการรวมตัวของประชาชนและเกษตรกรในชุมชนที่มีแนวคิดในการนำทรัพยากรและผลผลิตทางการเกษตรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าพันธุ์กาบขาว ซึ่งเป็นพืชที่พบและสามารถปลูกได้ในพื้นที่ชุมชน เดิมกาบกล้วยที่เหลือจากการตัดต้นกล้วยหรือการเก็บเกี่ยวผลผลิตมักถูกทิ้งหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ สมาชิกกลุ่มจึงมีแนวคิดในการนำกาบกล้วยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดการสูญเปล่าของวัสดุทางการเกษตร และสร้างรายได้เสริมให้แก่สมาชิกในชุมชน โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างประหยัด คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด จากการดำเนินงาน กลุ่มได้ศึกษา ทดลอง และพัฒนาวิธีการแปรรูปกาบกล้วยอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์จากกาบกล้วยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและพัฒนาเป็นสินค้าของชุมชน การดำเนินงานดังกล่าวช่วยให้สมาชิกเกิดทักษะในการประกอบอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น และเห็นคุณค่าของทรัพยากรในท้องถิ่น
อ.วัดเพลง ต.จอมประทัด
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรตำบลจอมประทัด ตั้งอยู่เลขที่ 11/1 หมู่ที่ 1 ตำบลจอมประทัด อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี เป็นกลุ่มองค์กรเกษตรกรที่เกิดจากการรวมตัวของสมาชิกในชุมชน โดยมีแนวคิดในการส่งเสริมการประกอบอาชีพ การสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือน และการนำผลผลิตทางการเกษตรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่า กลุ่มได้ดำเนินกิจกรรมด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร โดยนำผลผลิตที่มีในพื้นที่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดการสูญเสียของผลผลิต และสร้างช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้แก่สมาชิกและชุมชน ทั้งยังส่งเสริมให้สมาชิกมีการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาทักษะด้านการผลิต การแปรรูป การบรรจุภัณฑ์ และการตลาดอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของหน่วยงานด้านการเกษตร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรตำบลจอมประทัดมีบทบาทเป็นศูนย์เครือข่ายด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร และมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากกล้วย เช่น กล้วยม้วน กล้วยแท่ง และกล้วยกวน ซึ่งใช้กล้วยน้ำว้าเป็นวัตถุดิบหลัก โดยมีการพัฒนากระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สามารถจำหน่ายในตลาดได้
อ.วัดเพลง ต.วัดเพลง
นางสาวเพชรรัตน์ ชุ่มมะโน ได้มีความสนใจในเรื่องศิลปะประดิษฐ์ ในการเพ้นท์และการเขียนลวดลายบนกระดาษและผ้าแบบต่างๆ มาเป็นเวลานาน และต่อมาเข้ารับการเรียนหลักสูตรระยะสั้นของกศน .อำเภอวัดเพลง ในรายวิชาการเพ้นท์ผ้าลายน้ำทอง และเมื่อเรียนจบหลักสูตร ได้ออกมาเพ้นท์ภาพขายและเขียนลายผ้าขาย จนเกิดความชำนาญ เกี่ยวกับ ศิลปะประดิษฐ์ และได้รับวุฒิบัตรผ่านการอบรมจบหลักสูตร หลังจากที่ผ่านการ อบรมและพัฒนาความรู้มาแล้ว ได้มาเป็นวิทยากรในการเผยแพร่ความรู้ให้ชาวบ้านในชุมชนได้เรียนรู้และนำไปใช้เกี่ยวกับศิลปะประดิษฐ์ เพื่อเป็นการลด รายจ่ายเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง กระบวนการจัดการเรียนรู้ 1. เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ถ่ายทอดให้ให้กับผู้ที่สนใจ กลุ่มอาชีพ 2. ใช้พื้นที่เป็นแหล่งในการเรียนรู้และศึกษาดูงาน ให้กับกลุ่มอาชีพ นักเรียนนักศึกษาและผู้สนใจโดยทั่วไป นางสาวเพชรรัตน์ ชุ่มมะโน ได้ทำการถ่ายทอดประสบการณ์และวิธีการเพ้นท์แบบต่างๆได้มีการพัฒนาจากรูปแบบเดิมมาเป็นรูปแบบใหม่และต่อยอดผลผลิตได้จากการเพ้นท์ รูปภาพในกระดาษ จนกลายมาเป็นการเพ้นท์จาน ขวดแก้ว และผ้า และสเก็ดภาพเหมือนของคนได้ สามารถเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ ที่เป็นขั้นตอนและกระบวนการด้วยตนเองก่อน และเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ นักเรียน นักศึกษา กลุ่มสตรี และประชาชนและหน่วยงานราชการ ช่วยถ่ายทอดความรู้ จนสามารถเป็นของดีประจำวัดเพลง และเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน และมีหน่วยงานต่างๆได้นำสินค้าไปออกบูท จนได้เป็นสินค้าดีประจำอำเภอวัดเพลง
อ.วัดเพลง ต.วัดเพลง
นายวิโชค ศรีสวัสดิ์ธาราได้มีการทำไม้กวาดทางมะพร้าว มาประมาณ 20 ปี เศษ เนื่องจากเป็นเกษตรกรทำสวนมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ถือ ภูมิปัญญาอย่างหนึ่งที่รู้จักคิดค้นหาวิธีประดิษฐ์ในทำไม้กวาดให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นขึ้นจนสำเร็จและสืบทอดกันมาจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานไม้กวาดทางมะพร้าว คือ ไม้กวาดที่ทำได้จากก้านใบย่อยของทางมะพร้าว โดยตัดก้านใบย่อยตรงโคนก้านออกจากทางมะพร้าว จากนั้น นำใบมะพร้าวมากรีดแยกแผ่นใบทั้งสองข้างออก ก่อนนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้น ตัดโคนก้านให้เสมอกัน ก่อนนำมามัดติดเป็นแผงกับด้ามไม้ไผ่ ประดิษฐ์ได้ภายในครัวเรือน นิยมใช้สำหรับกวาดทำความสะอาดลานบ้าน ลานหญ้า สำหรับกวาดเศษดิน ก้อนดิน หิน ทราย เศษใบไม้หรือ เศษมูลฝอยที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ให้กองรวมกัน ก่อนนำไปกำจัด แต่ไม่สามารถกวาดทำความสะอาดฝุ่นขนาดเล็กได้
อ.วัดเพลง ต.วัดเพลง
เป็นแหล่งเรียนรู้ประเภทสถานที่เพื่อใช้ในการศึกษาเรียนรู้ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดเพลง อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการดิจิทัลแก่คนในชุมชน และนักเรียนนักศึกษาได้เข้าใช้สืบค้นข้อมูลในการเรียนรู้โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานสถิติจังหวัดราชบุรี ในการจัดอบรมและส่งเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยี เช่น หลักสูตรสร้างความตระหนักรู้อินเทอร์เน็ต (ETDA (ETDA Digital Citizen) ของชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดเพลง อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้และให้บริการดิจิทัลแก่คนในชุมชน โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานสถิติจังหวัดราชบุรี ในการจัดอบรมและส่งเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยี เช่น หลักสูตรสร้างความตระหนักรู้อินเทอร์เน็ต (ETDA Digital Citizen)
อ.วัดเพลง ต.วัดเพลง
เป็นแหล่งเรียนรู้ประเภทสถานที่เพื่อใช้ในการศึกษาเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าพ่อหลักหินที่ความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพนับถือของคนในตำบลวัดเพลงที่ต้องมาร่วมทำกิจกรรมในวันสำคัญทางและเป็นประเพณีสืบทอดมาและมีพิธีกรรมในช่วงวันสงกรานต์เสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ ความเป็นมาและอภินิหารต่อมาประมาณ 60-70 ปีมาแล้ว ได้มีชาวนาแถวบริเวณหนองเกสร เขตตำบลเกาะศาลพระ กำลังลงแขกนวดข้าว ขณะนั้นมีปลากำลังไล่กวดกัน ในลำคลองใกล้กับที่นวดข้าว ชาวนาจึงลงไปงมปลาในลำคลอง น้ำในลำคลองกับสงบนิ่ง ไม่ปรากฏว่ามีปลาแม้แต่ตัวเดียว คงงมได้หลักศิลาขึ้นมาจากลำคลองแห่งนั้นแทน ความยาวประมาณเมตรเศษ เชื่อกันว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงนำเอาหลักศิลานี้ขึ้นเกวียน แล้วร่วมกันแห่แหน เพื่อเอามามอบให้ที่ว่าการกิ่ง อำเภอวัดเพลง ปรากฎว่าการคมนาคมสมัยนั้นลำบากมาก ไม่มีถนนหนทาง จนกระทั่งนำหลักศิลานี้มาพักไว้ที่วัดเวียงทุน ตำบลเกาะศาลพระ ต่อมาในที่สุดก็ได้มาถึงที่ว่าการกิ่งอำเภอวัดเพลง โดยเชิญชวนให้ประชาชนกราบไหว้ เสมือนหนึ่งเป็นหลักเมืองของกิ่งอำเภอวัดเพลงประชาชนเรียกว่า "เจ้าพ่อหลักหิน"
อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม
อนุสรณ์สถานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดเขาชะงุ้ม สร้างขึ้นเพื่ออุทิศและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใน "ศึกบางแก้ว" (หรือศึกนางแก้ว พ.ศ. 2317) ซึ่งเป็นสมรภูมิรบสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่แถบนี้จุดเริ่มต้นและประวัติศาสตร์สมรภูมิรบสมรภูมิศึกบางแก้ว (พ.ศ. 2317): ในสมัยกรุงธนบุรี กองทัพพม่าได้ยกพลมาล้อมค่ายไทยที่บ้านบางแก้ว เมืองราชบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำทัพหลวงลงมาบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง โดยทรงใช้ยุทธวิธี "ล้อมกรอบข้าศึก" ปิดทางลำเลียงเสบียงและน้ำชัยชนะที่ไร้การนองเลือด: พระองค์ทรงเน้นการล้อมเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ข้าศึกยอมสวามิภักดิ์โดยไม่เน้นฆ่าฟันจนในที่สุดทัพพม่าแตกพ่ายและยอมจำนน ทำให้ฝ่ายไทยสามารถจับเชลยศึกได้เป็นจำนวนมากกว่าพันนาย ส่งกลับไปยังกรุงธนบุรีเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่ราษฎรทำเลชัยภูมิประวัติศาสตร์: บริเวณที่ตั้งของ วัดเขาชะงุ้ม ในปัจจุบัน คือจุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางที่ถูกโอบล้อมด้วยแนวเขาสามลูก ได้แก่ เขาชะงุ้ม เขานม (เขานมใต้) และเขาช่องพราน ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ปิดล้อมกองทัพข้าศึกในอดีตการจัดสร้างอนุสรณ์สถานศูนย์รวมใจชุมชน: ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเขาชะงุ้มร่วมกับ มูลนิธิชนะศึกบางแก้ว ได้ร่วมกันจัดสร้างลานพระบรมราชานุสาวรีย์ และอนุสรณ์สถานแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์การจำลองค่ายรบ: ในพื้นที่อนุสรณ์สถานและบริเวณใกล้เคียง มีการจำลองวิถีชีวิตและลักษณะของค่ายรบโบราณ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษาแนวคิดการทำสงครามกู้ชาติของบรรพบุรุษไทย
อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม
ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีจุดเริ่มต้นมาจากสภาพพื้นที่ที่เคยเสื่อมโทรมอย่างหนักจนเกือบไร้ประโยชน์ ก่อนจะได้รับการพลิกฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ด้วยพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีลำดับความเป็นมาดังนี้ครับ1. ยุคเสื่อมโทรมขั้นวิกฤต (ก่อนปี พ.ศ. 2528)แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้ประมาณ 694 ไร่ เคยเป็นฟาร์มปศุสัตว์และมีการปลูกพืชไร่อย่างผิดวิธีมาเป็นเวลานาน:หน้าดินถูกทำลายจากการชะล้างและขาดการบำรุงรักษา จนดินขาดแร่ธาตุและแห้งแล้งอย่างหนักมีการขุดหน้าดินลูกรังไปขาย ทำให้ชั้นดินส่วนใหญ่กลายเป็นดินตื้นที่เต็มไปด้วยกรวดทรายดินด้านล่างแข็งตัวกลายเป็นชั้นดานลึกประมาณ 40 เซนติเมตร ทำให้น้ำไม่สามารถซึมผ่านได้ พืชไม่สามารถเจริญเติบโตได้ จนถูกปล่อยทิ้งร้าง2. จุดเริ่มต้นโครงการพระราชดำริ (พ.ศ. 2528)ความเสื่อมโทรมของที่ดินผืนนี้ทราบไปถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้:การน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน: พลตำรวจตรี ทักษ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินผืนนี้แด่พระองค์พระราชทานพระราชดำริครั้งแรก: เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2528 พระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้จัดตั้งโครงการ เพื่อศึกษาหาวิธีการปรับปรุงดินเสื่อมโทรมให้กลับมาเพาะปลูกได้ โดยให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรีการเฉลิมพระเกียรติ: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้จัดตั้งโครงการนี้ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก3. การเสด็จพระราชดำเนินและแนวทางการพัฒนา (พ.ศ. 2529)เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรพื้นที่โครงการเป็นครั้งแรก และทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติมกับอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินในการวางแผนจัดระบบปลูกพืชและปรับปรุงดิน โดยทรงเน้นย้ำแนวทางหลักๆ เช่น:การใช้หญ้าแฝก: ทรงให้ทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยยึดเกาะดิน ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในดินการฟื้นฟูป่าไม้: ทรงปล่อยให้ป่าไม้รอบๆ บริเวณขึ้นเองตามธรรมชาติ (การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก) ควบคู่กับการจัดการระบบน้ำเพื่อคืนความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศจากผืนดินลูกรังที่แห้งแล้งคล้ายทะเลทรายในอดีต ในปัจจุบันศูนย์เขาชะงุ้มฯ ได้กลายเป็นแบบอย่างความสำเร็จของการพลิกฟื้นธรรมชาติ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เปิดให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปเข้ามาศึกษา ดูงานเพื่อนำศาสตร์พระราชาไปปรับใช้ในชีวิตจริงหากคุณสนใจรายละเอียดในส่วนไหนเพิ่มเติม สามารถบอกได้นะครับ เช่น:วิธีการและ เทคนิคปรับปรุงดิน ที่ทางศูนย์ใช้ (เช่น การใช้หญ้าแฝก หรือ มูลไส้เดือน)ข้อมูลเกี่ยวกับ ต้นประดู่ทรงปลูก หรือจุดสำคัญในประวัติศาสตร์ของศูนย์ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้
อ.วัดเพลง ต.วัดเพลง
วัดเพลง เป็นสถานที่เก่าแก่ใช้ในการศึกษาและเรียนรู้ ให้กับหน่วยงานราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ที่มาศึกษาเรียนรู้และมีเพระมหาเรียน ชยทัตโต เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน มีวิธีการถ่ายทอดความรู้โดยการบรรยาย ให้ความรู้ ประวัติความเป็นมา เหตุการณ์สำคัญการเสด็จประพาสต้น อำเภอและชื่อวัดเพลงในจังหวัดราชบุรี มีที่มาจากชุมชนโบราณริมฝั่งคลองแควอ้อม (หรือแม่น้ำอ้อม) โดยเดิมพื้นที่ตั้งอยู่บริเวณ "วัดเพลง" (วัดร้างริมแม่น้ำแม่กลอง) ซึ่งเดิมเรียกว่า "วัดเพรง" หมายถึงความเก่าแก่ และมีตำนานการล่องเรือร้องเพลงพื้นบ้านกันในลำน้ำแควอ้อม จนกลายมาเป็นชื่อ "อำเภอวัดเพลง" และชื่อท้องถิ่นในปัจจุบัน
อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม
จุดเริ่มต้นและแนวคิดการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนวิกฤตภัยแล้ง: เริ่มต้นจากปี พ.ศ. 2558 พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง. รัฐบาลประกาศให้งดทำนา จึงต้องมองหาพืชทางเลือกที่ใช้น้ำน้อยและมีอายุสั้น.จัดตั้งกลุ่มแปลงใหญ่: ร่วมมือกับญาติและกศน.ตำบลเขาชะงุ้ม จนจัดตั้งเป็น "กลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ" ร่วมกับ ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ตำบลเขาชะงุ้ม นวัตกรรมและเทคนิคการผลิต (Smart Farming) นายแมน ได้รับการสนับสนุนโรงเรือนจากโครงการภาครัฐ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพ:การปลูกแบบกางมุ้ง (โรงเรือนอัจฉริยะ): ปลูกในโรงเรือนปิดล้อมรอบด้วยตาข่ายมุ้งเพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชอย่างเบ็ดเสร็จ.ระบบควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน: สั่งการรดน้ำและให้สารชีวภัณฑ์ผ่าน Smart Phone ทำให้คำนวณและประหยัดน้ำได้อย่างแม่นยำมาก.เทคนิคการเด็ดยอด: ได้รับการแต่งตั้งเป็น "ครูประจำโรงเรียนเกษตรกร" เพื่อถ่ายทอดวิธีการเด็ดยอดดาวเรืองในโรงเรือนอย่างถูกวิธี ช่วยแก้ปัญหาแผลติดเชื้อราและกระตุ้นการแตกพุ่มดอกโต.เกษตรปลอดสารเคมี 100%: เมื่อไม่มีแมลงรบกวน จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีเลย ปลอดภัยต่อทั้งตัวผู้ปลูกและผู้บริโภคที่นำไปสูดดมหรือกราบไหว้พระ ผลผลิตและการสร้างรายได้ (ข้อดีเมื่อเทียบกับการปลูกกลางแจ้ง)จากการเปรียบเทียบเชิงสถิติของการปลูกในโรงเรือนอัจฉริยะของนายแมน:กำลังการผลิต: ปลูกได้ประมาณ 500 ต้น ต่อ 1 โรงเรือน.ผลผลิตต่อต้นสูงขึ้น: ต้นดาวเรืองในมุ้งสมบูรณ์กว่าปกติ ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 50 ดอก ต่อต้น.สัดส่วนเกรดพรีเมียม: ได้ดอกขนาดใหญ่ มีคุณภาพดีสม่ำเสมอ ซึ่งทำราคาได้สูงสุดถึง ดอกละ 1 บาท (ในอดีต)ข้อได้เปรียบ: ใช้พื้นที่น้อยกว่าการปลูกกลางแจ้ง ลดต้นทุนแรงงานคนได้มหาศาล และสามารถวางแผนผลิตและเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปีโดยไม่หวั่นสภาพอากาศภายนอก
อ.โพธาราม ต.เขาชะงุ้ม
นายไมตรี พวงอินทร์ คือเกษตรกรต้นแบบ หมอดินอาสา และ ครูบัญชีอาสา คนสำคัญของจังหวัดราชบุรี ท่านเป็นผู้จัดการและผู้นำของ "ประดู่ทองออแกนิคฟาร์ม" ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งและเชิดชูเกียรติให้เป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ เครือข่ายศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริจุดเด่นและผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ นายไมตรี พวงอินทร์ มีดังนี้ 1. เกษตรอินทรีย์และการทำเกษตรผสมผสานท่านได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ดินที่เคยเสื่อมโทรมให้กลายเป็นแปลงเกษตรอินทรีย์และเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชหลากหลายชนิดโดยไม่ใช้สารเคมี จนทำให้ฟาร์มของท่านกลายเป็นต้นแบบการเรียนรู้ที่หน่วยงานราชการและประชาชนมักเข้ามาศึกษาดูงานอยู่เสมอ ทั้งยังได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจพิจารณารับรองแปลงเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดราชบุรีด้วย 2. คัมภีร์การทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนคุณไมตรีเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ ครูบัญชีอาสา โดยท่านยึดหลักการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน และบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ มาเป็นเครื่องมือหลักในการวางแผนและบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้รู้ต้นทุนที่แท้จริง ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และสร้างผลกำไรได้อย่างยั่งยืน ซึ่งท่านได้นำองค์ความรู้นี้ไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง3. รางวัลและการเชิดชูเกียรติเนื่องจากเป็นเกษตรกรที่ดำเนินรอยตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ท่านได้รับรางวัลและโล่เกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ในฐานะศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริที่มีผลงานดีเด่น