ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี
อ.เมืองราชบุรี ต.คุ้งกระถิน
ขนมต้มมัด หรือที่นิยมเรียกว่า ข้าวต้มมัด หรือ ข้าวต้มผัด เป็นขนมไทยโบราณที่ทำจากข้าวเหนียวผัดกับกะทิ ใส่ไส้กล้วยน้ำว้าหรือถั่วดำ ห่อด้วยใบตองแล้วมัดรวมกันเป็นคู่ก่อนนำไปนึ่งจนสุกหอมหวานมัน
อ.เมืองราชบุรี ต.หินกอง
ขนมเปียกปูนโบราณ คือขนมไทยโบราณประเภทกวน เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มหนึบ สูตรดั้งเดิมนิยมใช้สีดำจากกาบมะพร้าวเผาไฟ ให้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ คำว่า "เปียก" หมายถึงการกวนแป้งให้สุกข้น และ "ปูน" มาจากน้ำปูนใสที่เป็นส่วนผสมหลัก นิยมตัดเป็นชิ้น หรือหยอดใส่กระทง โรยด้วยมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยคลุกเกลือ
อ.เมืองราชบุรี ต.บ้านไร่
ลูกชุบ เป็นขนมไทยชนิดหนึ่งทำด้วยถั่วเขียวบดกวนปั้นเป็นรูปร่างต่าง ๆ ระบายสี แล้วนำไปชุบวุ้นให้สวยงาม สีที่ใช้ทำลูกชุบนั้นนอกจากระบายลงบนถั่วเขียวกวนที่ปั้นแล้ว ยังใส่สีลงในถั่วกวนโดยตรงได้อีก
อ.เมืองราชบุรี ต.ห้วยไผ่
คือ ขนมไทยโบราณเนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น คล้ายคลึงกับเปียกปูนและศิลาอ่อน มีจุดเด่นที่เนื้อแป้งกวนนิ่มนวล หอมกลิ่นใบเตยธรรมชาติ ไม่แข็งตัว เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงธัญพืชหลากหลายและราดกะทิสดรสเค็มมันตัดหวาน
อ.บ้านคา ต.บ้านคา
จากการเล่าขานของคนเฒ่าคนแก่ กล่าวไว้ว่า แต่ก่อนในช่วงฤดูฝนที่อาหารขาดแคลน หน่อไม้คือของกินสำคัญ จึงมีคนลองเอาหน่อไม้มาทำเป็นขนมหวานเพื่อเลี้ยงพระในงานบุญ งานต่าง ๆ และในปัจจุบัน ขนมหน่อไม้ เป็นขนมพื้นบ้านที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ต้องการใช้ หน่อไม้ตามฤดูกาล (โดยเฉพาะหน้าฝน) มาแปรรูปเป็นอาหารว่างหรือของหวาน โดยใช้วัตถุดิบง่าย ๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น แป้งข้าวเหนียว, น้ำตาล, มะพร้าว และหน่อไม้ต้มหั่นฝอย นิยมทำใน งานบุญ งานประเพณี เช่น บุญเข้าพรรษา เป็นขนมที่สะท้อนชีวิตเรียบง่ายของชาวอำเภอบ้านคาที่รู้จักใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นอนุรักษ์การทำขนมไทย ทั้งจากภูมิปัญญาจากผู้รู้ในชุมชน เพื่อให้สามารถถ่ายทอดและคงไว้ ตลอดจนเป็นการสร้างรายได้ให้กับตัวเอง โดยตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีความเข้าใจรากเหง้า ความเป็นวัฒนธรรม แบ่งปัน เกื้อกูลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิต ที่มีมาช้านานบนพื้นฐานของธรรมชาติที่เกี่ยวพันสอดคล้องกันกับวิถีชีวิตชุมชน
อ.บ้านคา ต.บ้านคา
ศูนย์เรียนรู้สืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งอยู่ ณ บ้านบึงเหนือ ตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี เดิมก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ในชื่อ ศูนย์ทอผ้ากะเหรี่ยงบ้านคา เนื่องจากพื้นที่มีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีภูมิปัญญาการทอผ้ากะเหรี่ยงที่สืบทอดจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน โดยใช้วิธีการทอมือ และกี่คาดเอวแบบดั้งเดิม ทอเป็นเสื้อ ผ้าถุง และย่าม เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและงานประเพณีสำคัญของชุมชน ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 นายเช้า ทองกง ผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น ได้เห็นความสำคัญของภูมิปัญญาการทอผ้า และความสามารถของกลุ่มแม่บ้านในชุมชน จึงประสานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาชุมชน และอุตสาหกรรมจังหวัด ทั้งด้านวิทยากร วัสดุอุปกรณ์ และการพัฒนารูปแบบและลวดลายการทอผ้า รวมถึงได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำให้การทอผ้าของชุมชนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้พัฒนาเป็น “ศูนย์เรียนรู้สืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน การทอผ้ากะเหรี่ยงและวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นสถานที่สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น ส่งเสริมการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาชุมชนให้เกิดคุณค่าและสร้างรายได้แก่คนในท้องถิ่น รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนได้อย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้
อ.บ้านคา ต.บ้านคา
วัดป่าพระธาตุเขาน้อยเป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ตั้งอยู่เลขที่ 99 บ้านคา ถนนป่าหวาย–โป่งกระทิง หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี มีพื้นที่ตั้งวัดประมาณ 15 ไร่ และมีที่ธรณีสงฆ์อีก 3 ไร่ วัดมีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรมสายพระกรรมฐาน โดยมีพระสงฆ์เดินทางมาปฏิบัติธรรมในพื้นที่ตั้งแต่ พ.ศ. 2508 และได้รับการตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2536 ต่อมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
อ.บ้านคา ต.บ้านคา
นายจำนอง บุญเลิศฟ้า เดิมเคยดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี มีอาชีพทำไร่ ซึ่งเข้ารับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎี และศึกษาดูงานภาคปฏิบัติที่โครงการหลวง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้เริ่มต้นบุกเบิกโครงการหลวงร่วมกับศูนย์ฝึกวิชาชีพจังหวัดกาญจนบุรี (สามสงฆ์ทรงพระคุณ) ตามแนวทาง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะให้ชาวบ้านได้มีการปลูกไม้ผลเมืองหนาว ทั้งผัก ผลไม้ โดยเฉพาะผัก ซึ่งใช้เวลาปลูกค่อนข้างสั้นก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว ทำให้มีรายได้ค่อนข้างเร็ว อีกทั้งเป็นผู้นำชุมชนที่มีบทบาทสำคัญ ในการพัฒนาตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี มี การสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน และการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสานให้แก่ประชาชน นักศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ
อ.บ้านคา ต.บ้านคา
ศูนย์เรียนรู้สืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ตั้งอยู่ ณ บ้านบึงเหนือ ตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี เดิมก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ในชื่อ ศูนย์ทอผ้ากะเหรี่ยงบ้านคา เนื่องจากพื้นที่มีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีภูมิปัญญาการทอผ้ากะเหรี่ยงที่สืบทอดจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน โดยใช้วิธีการทอมือ และกี่คาดเอวแบบดั้งเดิม ทอเป็นเสื้อ ผ้าถุง และย่าม เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและงานประเพณีสำคัญของชุมชน ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 นายเช้า ทองกง ผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น ได้เห็นความสำคัญของภูมิปัญญาการทอผ้า และความสามารถของกลุ่มแม่บ้านในชุมชน จึงประสานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาชุมชน และอุตสาหกรรมจังหวัด ทั้งด้านวิทยากร วัสดุอุปกรณ์ และการพัฒนารูปแบบและลวดลายการทอผ้า รวมถึงได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำให้การทอผ้าของชุมชนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้พัฒนาเป็น “ศูนย์เรียนรู้สืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน การทอผ้ากะเหรี่ยงและวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นสถานที่สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น ส่งเสริมการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาชุมชนให้เกิดคุณค่าและสร้างรายได้แก่คนในท้องถิ่น รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนได้อย่างต่อเนื่องความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้
อ.บ้านคา ต.บ้านคา
นายจำนอง บุญเลิศฟ้า เดิมเคยดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี มีอาชีพทำไร่ ซึ่งเข้ารับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎี และศึกษาดูงานภาคปฏิบัติที่โครงการหลวง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้เริ่มต้นบุกเบิกโครงการหลวงร่วมกับศูนย์ฝึกวิชาชีพจังหวัดกาญจนบุรี (สามสงฆ์ทรงพระคุณ) ตามแนวทาง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะให้ชาวบ้านได้มีการปลูกไม้ผลเมืองหนาว ทั้งผัก ผลไม้ โดยเฉพาะผัก ซึ่งใช้เวลาปลูกค่อนข้างสั้นก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว ทำให้มีรายได้ค่อนข้างเร็ว อีกทั้งเป็นผู้นำชุมชนที่มีบทบาทสำคัญ ในการพัฒนาตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี มี การสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน และการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรผสมผสานให้แก่ประชาชน นักศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ
อ.บ้านคา ต.หนองพันจันทร์
ปุ๋ยหมักชีวภาพ ปุ๋ยที่ทำจากมูลสัตว์ และเศษผักผลไม้ ช่วยบำรุงดินและเร่งการเจริญเติบโตของพืช SGE มีวิธีทำปุ๋ยหมักชีวภาพง่าย ๆ ใช้วัสดุหาได้ในสวน ประหยัดค่าปุ๋ย ลดต้นทุน แถมพืชงามทั้งแปลง อยากรู้ขั้นตอนทำอย่างไร ตามมาดูกันเลย! ปุ๋ยหมักชีวภาพ คือ ปุ๋ยที่ได้จากการนำเอา ซากพืช ซากสัตว์ มูลสัตว์ เศษอาหาร เศษผัก ผลไม้ มาหมักเข้าด้วยกัน แล้วใช้จุลินทรีย์เป็นตัวเร่ง ให้เกิดการย่อยสลาย ทำให้ได้ปุ๋ยหมักชีวภาพที่มีจุลินทรีย์ และ สารอาหาร อันเป็นประโยชน์ต่อพืช ปุ๋ยหมักชีวภาพมี 2 แบบด้วยกัน คือ ปุ๋ยหมักชีวภาพแบบแห้ง และ ปุ๋ยหมักชีวภาพ em หรือ น้ำหมักจุลินทรีย์ em
อ.บ้านคา ต.หนองพันจันทร์
สายน้ำไหลผ่านระบบสปริงเกลอร์ หล่อเลี้ยงต้นข่าในแปลงของนางนิศรา สุขสีขาว เกษตรกร ชาวตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี เป็นสายน้ำที่ไหลมาจากอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในอดีตนิศราเป็นลูกจ้างในโรงงานนานถึง 20ปี จากนั้นได้หันมาปรับพื้นที่ปลูกอ้อยของแม่จำนวน 40ไร่เป็นแปลงปลูกข่า และเป็นสมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงได้รับน้ำจากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เพาะปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี แรงงานขุดข่า2คน พร้อมจ้างญาติ3-5คนมาทำความสะอาดตัดแต่งข่าในแต่ละครั้ง แล้วส่งข่าขายเองที่ตลาดศรีเมือง จังหวัดราชบุรี สร้างรายได้อย่างมั่นคงให้นิศราและครอบครัว มีบ้านพักอาศัยและรถยนต์ของตนเอง ในโอกาสที่พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่เกษตรของนางนิศรา ภายหลังจากตรวจเยี่ยมโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี โดยรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดฯ จากนั้นได้พบปะตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ พบว่าปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำพร้อมระบบส่งน้ำใช้งานได้ดี สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรให้แก่ราษฎร ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านค่า จังหวัดราชบุรี มีพื้นที่รับประโยชน์ 6,000 – 7,000 ไร่ โดยกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาด มีสมาชิก 129 รายร่วมมือกันจัดสรรการใช้น้ำและบำรุงดูแลระบบการส่งน้ำให้ใช้การได้อย่างต่อเนื่อง โดยราษฎรในพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกผัก สับปะรด อ้อย และลำใย ทั้งนี้องคมนตรีได้ฝากให้ราษฎรใช้น้ำอย่างพอเพียง เป็นการแบ่งปันให้กับราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงให้สามารถใช้น้ำได้อย่างทั่วถึง อ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 ในโอกาสที่ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯไปทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการหม่อนไหมสมเด็จฯ บ้านหนองเหียง อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนายแสวง พูลสุข อธิบดีกรมชลประทาน และนายช่างกรมชลประทานในสมัยนั้น เกี่ยวกับการจัดหาน้ำใช้ในการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ให้แก่ราษฎรที่อพยพเข้าไปทำมาหากินอยู่ในเขต อำเภอจอมบึงและสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยจัดทำโครงการชลประทานขนาดเล็กที่สามารถก่อสร้างได้โดยง่ายและเสร็จโดยเร็ว ควรมีราคาค่าก่อสร้างไม่สูงมากนัก กระจายไปตามชุมชนต่างๆ เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาเดือดร้อนให้แก่ราษฎร อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2530 อ่างเก็บน้ำมีขนาดความจุ 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบท่อส่งน้ำ จำนวน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Pumping (ระบบส่งน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ) ความยาวรวม 20.935 กิโลเมตร และระบบ Gravity (ระบบส่งน้ำแบบโดยแรงโน้มถ่วงของโลก) ความยาวรวม 5.952 กิโลเมตร