แผนที่แหล่งเรียนรู้ (Learning T-Map)

ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี

ผลการค้นหา (พบ 442 รายการ)

ด้านการทำฮอโมนไข่
บุคคล
0

ด้านการทำฮอโมนไข่

อ.บ้านคา ต.หนองพันจันทร์

นางละเวก เรืองเรรา เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ได้รับการอบรมทางด้านการทำฮอโมนไข่ และได้รับการอบรมในเรื่องการเกษตรอีกหลายด้าน หลังจากที่ นางละเวก เรืองเรรา อบรมและพัฒนาความรู้มาแล้ว เขาได้นำมาเผยแพร่ให้ชาวบ้านในชุมชนได้เรียนรู้และนำไปใช้ เพื่อลดต้นทุนในการนำสารเคมีไปใช้ การทำฮอโมนไข่ใช้เอง มีประโยชน์อย่างมาก และประหยัดงบประมาณได้เยอะพอสมควร

ด้านการทำแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์
บุคคล
0

ด้านการทำแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์

อ.บ้านคา ต.หนองพันจันทร์

นายสุพล คงถาวร ได้เป็นบุคคลแรกๆ ที่ทำการเกษตรในด้านการทำแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ นายสุพล คงถาวร ได้ผ่านการอบรม ด้านการเกษตรทฤษฏีใหม่ และเป็นแกนนำในการเริ่มต้นทำเป็นคนแรกของชุมชน จึงเป็นผู้มีความรู้ในการทำแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ เป็นอย่างมาก และได้นำมาเผยแพร่ให้กับประชาชนในตำบล

แหล่งเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการทำบัญชีครัวเรือนและเกษตรผสมผสาน  และเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลหนองพันจันทร์
บุคคล
0

แหล่งเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการทำบัญชีครัวเรือนและเกษตรผสมผสาน และเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลหนองพันจันทร์

อ.บ้านคา ต.หนองพันจันทร์

นายจันทร์ เรืองเรรา เป็นเกษตรกรที่ได้นำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน และตัวนายจันทร์ เรืองเรรา ได้ไปอบรมเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง อบรมเกี่ยวกับการทำบัญชีครัวเรือน การปลูกพืชหมุนเวียน เป็นต้น และได้กลับมาทำศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ณ ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา เพื่อให้ชาวบ้านในตำบลได้เข้ามาหาความรู้ และนายจันทร์ เรืองเรรา ได้อบรมการทำบัญชีครัวเรือนแกนนำ และนำมาเผยแพร่ให้กับประชาชนทั่วไปได้รับรู้และนำไปใช้ เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักความพอประมาณ และพออยู่พอกิน

แหล่งเรียนรู้ประเภทสถานที่  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี
สถานที่
0

แหล่งเรียนรู้ประเภทสถานที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

อ.บ้านคา ต.บ้านบึง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 500 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเป็นส่วนหนึ่งของ กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การยูเนสโก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง พื้นที่แห่งนี้ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อ พ.ศ. 2521 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำภาชี และคุ้มครองถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งรักษาระบบนิเวศให้คงความสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน อยู่ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี มีป่าหลายประเภท ได้แก่ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง จึงเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำภาชี รวมทั้งเป็นทางเชื่อมต่อการอพยพของสัตว์ป่าระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชีกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ส่งผลให้พื้นที่แห่งนี้ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอย่างมาก จากการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ พบสัตว์ป่ามากกว่า 328 ชนิด ประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกหลายชนิด รวมถึงสัตว์ป่าหายาก เช่น สมเสร็จ เก้งหม้อ เสือโคร่ง เสือดำ วัวแดง และเสือลายเมฆ ซึ่งมีการบันทึกภาพได้ในพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความสำเร็จของการอนุรักษ์สัตว์ป่าในพื้นที่แห่งนี้ ปัจจุบัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชีมีบทบาทสำคัญทั้งด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การเป็นแหล่งศึกษาวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชน นักเรียน และนักศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าของจังหวัดราชบุรีและประเทศไทยอย่างยั่งยืน

นักศึกษาเข้ารับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ N NET
นวัตกรรม
2

นักศึกษาเข้ารับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ N NET

อ.ปากท่อ ต.ปากท่อ

การพัฒนาศักยภาพกำลังคนของประเทศถือได้ว่าเป็นภารกิจหน้าที่ที่สำคัญมากที่สุดประการหนึ่งที่รัฐบาล จะต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ จึงได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ขึ้นโดยในยุทธศาสตร์ที่ 3 เป็น ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ซึ่งมุ่งส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 รวมทั้งความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่ หลากหลายให้ประชาชนคิดเป็นวิเคราะห์ได้

สำนักสงฆ์พุน้ำร้อน
สถานที่
0

สำนักสงฆ์พุน้ำร้อน

อ.บ้านคา ต.บ้านบึง

สำนักสงฆ์พุน้ำร้อน ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี บนเนินเขาริมอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โอบล้อมด้วยภูเขาและผืนป่าธรรมชาติ ทำให้มีบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม และเป็นสถานที่พักผ่อนทางจิตใจของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือน สำนักสงฆ์แห่งนี้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ เผยแผ่พระพุทธศาสนา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในชุมชนบ้านพุน้ำร้อน ต่อมามีการพัฒนาเสนาสนะและภูมิทัศน์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือของพระสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนในพื้นที่ จนกลายเป็นศาสนสถานที่มีความโดดเด่นและเป็นที่รู้จักของจังหวัดราชบุรี ปัจจุบันมี พระพนม นรินโท เป็นผู้ดูแลสำนักสงฆ์ จุดเด่นสำคัญของสำนักสงฆ์พุน้ำร้อน คือ พระอุโบสถสีขาวที่ประดับด้วยเปลือกหอยทะเลหลากหลายชนิดทั้งหลัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะของวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย โดยนำเปลือกหอยสีขาวมาประดับผสมผสานกับงานปูนปั้น กระจก และลวดลายศิลปกรรมไทยอย่างประณีต การก่อสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2548 จากความร่วมมือของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน รวมถึงการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมของชุมชนไทย กะเหรี่ยง และมอญที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ภายในสำนักสงฆ์ประดิษฐาน หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางมารวิชัยภายในพระอุโบสถ และด้านหน้ามี พระพุทธเนรมิต พระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ บริเวณสำนักสงฆ์ยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคยและทิวทัศน์ของเทือกเขาโดยรอบได้อย่างสวยงาม จึงได้รับความนิยมทั้งในด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ปัจจุบัน สำนักสงฆ์พุน้ำร้อนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี โดยใช้เป็นสถานที่ศึกษาด้านพระพุทธศาสนา ศิลปกรรม วัฒนธรรมท้องถิ่น และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผู้เรียน นักศึกษา และประชาชนสามารถเข้ามาเรียนรู้ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

การติดตามนักศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวนนักศึกษา เข้าสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน(N-NET)
นวัตกรรม
2

การติดตามนักศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวนนักศึกษา เข้าสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน(N-NET)

อ.ปากท่อ ต.ทุ่งหลวง

การจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ตามปรัชญา “คิดเป็น” และยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และ พัฒนาตนเองได้ผู้เรียนแต่ละคนมีกระบวนการคิด หลักธรรมชาติที่แตกต่างกัน ทั้งด้านวัย วุฒิภาวะ ความ ถนัด ความสนใจ วิธีการเรียนรู้ ตลอดจนมีการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้นการจัดการเรียนรู้จึงต้องยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเอง ตามธรรมชาติ เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ และเรียนรู้อย่างมีความสุข ตามที่หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้สถานศึกษา ดำเนินการจัดการศึกษาทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งนักศึกษาทุกคนที่จะจบหลักสูตรได้นั้น ต้องผ่านเกณฑ์การจบหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

สื่อเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศกร.ระดับตำบลดอนกระเบื้อง
นวัตกรรม
1

สื่อเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศกร.ระดับตำบลดอนกระเบื้อง

อ.โพธาราม ต.ดอนกระเบื้อง

ประวัติความเป็นมา ศกร.ระดับตำบลดอนกระเบื้องเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ เป็นสื่อการเรียนรู้ที่นำมาประยุกต์ใช้เป็นสื่อและแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน ของ ศกร.ระดับตำบล กระบวนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ของสื่อเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศกร.ระดับตำบลดอนกระเบื้อง ให้นักศึกษาหรือประชาชนในพื้นที่มาเรียนรู้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้

แหล่งเรียนรู้ด้านแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม “บางกะม่า”
สถานที่
0

แหล่งเรียนรู้ด้านแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม “บางกะม่า”

อ.บ้านคา ต.บ้านบึง

บ้านบางกะม่า ตั้งอยู่ในตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี เป็นชุมชนชาวกะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน โดยบรรพบุรุษได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ป่าต้นน้ำบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี และดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายบนพื้นฐานของการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ทั้งการทำไร่หมุนเวียน การหาของป่า การปลูกพืชพื้นบ้าน และการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จนเกิดเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชุมชนกะเหรี่ยงบางกะม่า ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและการดำรงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิม บ้านบางกะม่าจึงได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมชาติพันธุ์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง การทำเกษตรแบบดั้งเดิม การใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน การทอผ้า งานหัตถกรรม และประเพณีสำคัญที่ยังคงปฏิบัติสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของชุมชน ได้แก่ ลานวัฒนธรรมชุมชนบ้านบางกะม่า ซึ่งก่อตั้งขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2540–2543 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสืบสานและเผยแพร่วัฒนธรรมกะเหรี่ยง โดยเฉพาะประเพณี ผูกแขนเรียกขวัญกินข้าวห่อ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้สนใจจากภายนอกได้เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของชุมชน นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมบุญข้าวใหม่ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นประจำทุกปี อีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้สำคัญคือ สำนักสงฆ์บางกะม่า ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของชุมชน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สงบ และเป็นจุดศึกษาธรรมชาติที่เชื่อมต่อกับผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ทั้งด้านศาสนา ระบบนิเวศ และความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตของชุมชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้ในพื้นที่เดียวกัน ปัจจุบัน บ้านบางกะม่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัดราชบุรีสำหรับนักเรียน นักศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนทั่วไป ในการศึกษาวิถีชีวิตชาติพันธุ์กะเหรี่ยง การอนุรักษ์วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งนับเป็นต้นแบบของชุมชนที่สามารถรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเข้มแข็ง

การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเส้นใยสับปะรด
นวัตกรรม
1

การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเส้นใยสับปะรด

อ.บ้านคา ต.บ้านบึง

อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี เป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน การปลูกสับปะรดในพื้นที่เริ่มจากเกษตรกรที่ย้ายถิ่นฐานมาจากอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนำพันธุ์สับปะรดเข้ามาปลูกในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีการจัดตั้งอำเภอบ้านคา ทำให้พื้นที่ปลูกสับปะรดส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอบ้านคา และเป็นที่รู้จักในชื่อ “สับปะรดบ้านคา” ซึ่งได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ รสชาติ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดราชบุรี แม้ว่าสับปะรดจะสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป แต่หลังการเก็บเกี่ยวจะมีใบสับปะรดเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งในอดีตเกษตรกรส่วนใหญ่มักกำจัดด้วยการเผาหรือปล่อยให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดปัญหาหมอกควัน มลพิษทางอากาศ และเป็นการสูญเสียทรัพยากรที่ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ภายหลังจึงเกิดแนวคิดในการนำใบสับปะรดมาแปรรูปเป็นเส้นใยธรรมชาติ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากแนวคิดดังกล่าว วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตรกรในอำเภอบ้านคาได้ร่วมกันศึกษาวิธีการสกัดเส้นใยจากใบสับปะรด โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนสามารถผลิตเส้นใยที่มีความเหนียว แข็งแรง น้ำหนักเบา และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นหนึ่งในพื้นที่แรก ๆ ของประเทศไทยที่ริเริ่มนำใบสับปะรดมาใช้ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรมชุมชน สร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกร และช่วยลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม ต่อมาได้มีการพัฒนาการแปรรูปเส้นใยสับปะรดให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งการผลิตเส้นด้าย การทอผ้า การทำหมวก กระเป๋า เสื่อ ของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมต่าง ๆ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านคา โดยมีหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านการส่งเสริมอาชีพเข้ามาให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาการตลาด ทำให้ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยสับปะรดของอำเภอบ้านคาได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ปัจจุบัน การแปรรูปจากเส้นใยสับปะรดของอำเภอบ้านคาไม่ได้เป็นเพียงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและคนในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างงาน สร้างอาชีพ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของอำเภอบ้านคาในฐานะแหล่งผลิตสับปะรดและผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติที่มีคุณภาพของจังหวัดราชบุรี ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน

การทำขนมข้าวต้มมัดไส้เผือก , ขนมข้าวต้มมัดไส้หมู
นวัตกรรม
1

การทำขนมข้าวต้มมัดไส้เผือก , ขนมข้าวต้มมัดไส้หมู

อ.ปากท่อ ต.วันดาว

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดราชบุรี โดย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอปากท่อ ได้จัดทำหลักสูตรการทำขนมหวาน ที่ใกล้จะสูญหาย ข้าวต้มมัด เป็นขนมไทยโบราณที่ทำจากข้าวเหนียวผัดกับกะทิ สอดไส้กล้วยห่อ ใบตอง แล้วมัดคู่กัน โดยในอดีตใช้เป็นเสบียงในการเดินทาง และนิยมนำมาถวายพระ ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา และออกพรรษา ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการครองคู่ที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่เสียงต่อการสูญหาย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ และเริ่มน้ำมาประยุกต์ เปลี่ยนเป็นไส้ต่างๆ เช่น ไส้เผือก ไส้หมู ไส้ถั่วเหลืองกวน และอื่น ๆ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับคุณค่าและประโยชน์ของวัตถุดิบต่าง ๆ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าในการประกอบอาชีพ จากการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับตกแต่ง จัดเสิร์ฟ การคิดต้นทุนและช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้สามารถนำไปประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้ทั้งตนเองและชุมชนได้

ขนมไทยเสี่ยงสูญหายประจำจังหวัดราชบุรีขนมเทียนนิ้วมือ
นวัตกรรม
2

ขนมไทยเสี่ยงสูญหายประจำจังหวัดราชบุรีขนมเทียนนิ้วมือ

อ.ปากท่อ ต.ทุ่งหลวง

ที่บ้านหนองวัวดำ หมู่ที่ 11 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี แม่บ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ได้รวมตัวกันเพื่อสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ในการทำขนมเทียน หรือขนมนิ้วมือ โดยขนมเทียนนิ้วมือที่นี่จะรสชาติหวานมัน จากน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว และมะพร้าวทึนทึกขูด ส่วนแป้งจะเป็นแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลปี๊บ ตัดเค็มด้วยเกลือเล็กน้อย นวดจนเข้ากัน และชาวบ้านได้ช่วยกันห่อเป็นรูปนิ้วมือด้วยใบตอง พร้อมนึ่งจนสุก ขนมเทียนนิ้วมือนั้นวิธีผสมแป้งจะทำในลักษณะคล้าย ๆ กับขนมเทียนนมสาว โดยใช้แต่แป้งที่นวดแล้ว เหมือนกันเพียงแต่นำมาใส่ในใบตอง แล้วห่อในแนวกลมยาว พับหัวท้าย ลักษณะเหมือนนิ้วมือ ยาวประมาณ 7 เซนติเมตร โดยไม่สอดไส้ใดใดเข้าไป เมื่อเสร็จจะเอาไปนึ่งจนสุก แล้วสามารถรับประทานได้โดยง่าย นิยมใช้ทำในงานบุญ เช่น งานบุญ วันพระใหญ่ งานบุญสงกรานต์ งานบวช งานแต่งงาน ขนมเทียน หรือขนมนิ้วมือ เมื่อถวายพระภิกษุสงฆ์แล้ว ส่วนหนึ่งก็จะแบ่งกันไปรับประทานที่บ้าน โดยแต่ละครั้งชาวบ้านที่นี้จะช่วยลงแรงช่วยกันทำเป็นวัฒนธรรมที่โดดเด่นอย่างมาก

แสดงหน้าที่ 8 จากทั้งหมด 37 หน้า