แผนที่แหล่งเรียนรู้ (Learning T-Map)

ค้นหาภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน นวัตกรรม และสถานที่สำคัญในจังหวัดราชบุรี

ผลการค้นหา (พบ 444 รายการ)

วัดกลาง(คลองข่อย)
สถานที่
1

วัดกลาง(คลองข่อย)

อ.โพธาราม ต.คลองข่อย

วัดกลางคลองข่อยมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อที่สืบทอดกันมาว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เคยธุดงค์มาจำพรรษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดแห่งนี้ และได้สร้าง พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ประดิษฐานหันพระพักตร์ไปทางแม่น้ำแม่กลอง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้สัญจรทางน้ำ ความเชื่อนี้เป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาในท้องถิ่น แม้จะยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันอย่างเป็นทางการ

หลักสูตร การทำขนมต้นมะละกอ
นวัตกรรม
1

หลักสูตร การทำขนมต้นมะละกอ

อ.ปากท่อ ต.ป่าไก่

การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ไขปัญหาการว่างงานและส่งเสริมเศรษฐกิจให้แก่ตนเอง ชุมชน และสังคม โดยขนมไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น ความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ และเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค แต่ในปัจจุบัน ขนมไทยบางประเภทกลับตกอยู่ในภาวะ “เสี่ยงต่อการสูญหาย” ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ขนมต้นมะละกอ ไม่ใช่ขนมไทยโบราณโดยตรง แต่เป็นขนมที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่น จากการนำวัตถุดิบหลัก คือ มะละกอ มาทำเป็นขนม โดยต้นกำเนิดสูตรนี้มาจากความต้องการสร้างสรรค์และแปรรูปมะละกอที่มีอยู่ให้กลายเป็นเมนูขนมที่มีเอกลักษณ์ และเกิดขึ้นจากความต้องการดัดแปลงผลผลิตทางการเกษตร (ต้นมะละกอ) ให้กลายเป็นของหวานที่น่าสนใจ เป็นสูตรที่ชาวบ้านประยุกต์มาจากขนมโบราณจากรุ่นสู่รุ่น นิยมทำในช่วงงานบุญต่างๆ จึงทำให้เกิดเป็นสูตรขนมที่มีความแปลกใหม่ อร่อย ทำง่าย ใช้ต้นทุนน้อย สามารถนำมาสร้างรายได้ในการประกอบอาชีพได้ โดยมีส่วนผสม คือ เนื้อต้นมะละกอขูด แป้ง กะทิ และน้ำตาล ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในครัวเรือน รสชาติของขนมต้นมะละกอมีความคล้ายคล้ายกับขนมกล้วย ซึ่งปัจจุบันขนมชนิดนี้ไม่ได้มีการสืบทอดให้กับคนรุ่นใหม่ จึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและนิยมในท้องถิ่นปัจจุบัน สกร.ระดับอำเภอปากท่อ จึงเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงได้จัดทำหลักสูตรการขนมต้นมะละกอ เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ขนมไทยที่อยู่ในภาวะที่เสียงต่อการสูญหาย พร้อมทั้งสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง ชุมชน และสังคม

หลักสูตรขนมไทยโบราณ Sweet Heritage หลักสูตรใบบัวละไมไทยทรงดำ
นวัตกรรม
1

หลักสูตรขนมไทยโบราณ Sweet Heritage หลักสูตรใบบัวละไมไทยทรงดำ

อ.ปากท่อ ต.ห้วยยางโทน

ขนมใบบัว หรือที่รู้จักในบางท้องถิ่นว่า “ขนมฝักบัว” มีรากฐานสำคัญจากวัฒนธรรมอาหาร ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นยุคทองของการประสมประสานวัฒนธรรมไทยและต่างชาติ ขนมชนิดนี้มักถูกใช้ ในพิธีกรรมมงคล โดยเฉพาะงานมงคลสมรส เนื่องจากสัญลักษณ์รูปวงกลมที่มีแฉกคล้ายใบบัวหรือกงล้อสื่อความหมายถึง "ความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด" และ “การหมุนเวียนของสิริมงคล” (กรมศิลปากร, 2542) ขนมใบบัว เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นขนมทำจากแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียวแป้งสาลี ผสมกับ กะทิ น้ำตาลปี๊บ หรือ น้ำตาลมะพร้าว แล้วนำไปทอดจนฟูกรอบ มีจุดเด่นตรงที่ขอบแป้งจะมีสีน้ำตาลเข้ม ส่วนแป้งตรงกลางด้านบนจะนุ่มฟูขึ้นมาด้วยมีลักษณะเป็นแผ่นขนมขนาดใหญ่ มีแป้งนุ่มฟู และมีฟองอากาศอยู่ด้านใน คล้ายฝักบัวหรือดอกบัว ทำให้คนไทยนำมาตั้งเป็นชื่อขนม โดยปัจจุบันมีการดัดแปลง ใส่น้ำใบเตยแทนน้ำเปล่า เพื่อให้แป้งขนมมีสีเขียวสวย น่ารับประทานมากขึ้น ขนมใบบัว เป็นขนมไทยโบราณประเภทแป้งทอด มีการทำและรับประทานกันมานาน ในสังคมไทย โดยเฉพาะในชุมชนชนบท เกิดจาก ภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่นำวัตถุดิบพื้นฐาน เช่น แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งสาลี กะทิ น้ำตาล มาประยุกต์ทำเป็นอาหารว่าง ลักษณะของขนมเมื่อทอดเสร็จ จะพองและมี รอยแตกตรงกลาง คล้าย ฝักบัวหรือดอกบัวตูม จึงเป็นที่มาของชื่อ มักทำรับประทานในครัวเรือน งานบุญงานประเพณี หรือทำขายตามตลาดพื้นบ้านสะท้อนวิถีชีวิตไทยที่พึ่งพาทรัพยากรท้องถิ่นและความเรียบง่าย

เกษตรผสมผสาน เรือนสมุนไพรพุทธรักษา
สถานที่
2

เกษตรผสมผสาน เรือนสมุนไพรพุทธรักษา

อ.เมืองราชบุรี ต.ห้วยไผ่

เนื้อที่กว่า 2 งาน ภายในบ้านเลขที่ 127 หมู่ 4 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ของ เรืออากาศตรีมนูญ สุขเกษม ข้าราชการทหารบำนาญ วัย 75 ปี ที่ภายหลังจากการเกษียณอายุราชการ ก็ได้ใช้เวลาในการเพาะปลูก พืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้มงคล และไม้หายาก รวมทั้ง พืชสมุนไพรต่างๆ เนื่องจากเป็นคนรักต้นไม้ และเชื่อมั่นในสรรพคุณของสมุนไพรไทย จึงปลูกเรื่อยมา รวมทั้ง ได้มีการผลิตปุ๋ยจากมูลไส้เดือน เพื่อนำมาใช้ภายในครัวเรือน จนมีหน่วยงานราชการเข้ามาเห็น และ แนะนำให้ไปอบรมศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพร และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มเติม หลังจากนั้น ก็นำองค์ความรู้ที่ได้รับ มาพัฒนาต่อยอดจนเกิดเป็น วิสาหกิจชุมชน เรือนสมุนไพรพุทธรักษา โดยผลิต ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยจากมูลไส้เดือน แชมพูมะกรูด สมุนไพรฟ้าทะลายโจร และไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกภายในบ้าน รวมทั้ง ยังเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และ ผู้ที่สนใจ ในการนำความรู้ที่ถ่ายทอดไปปรับใช้ภายในครัวเรือนของตนเองต่อไป

นางยอดขวัญ  อุจะวาที
บุคคล
1

นางยอดขวัญ อุจะวาที

อ.ปากท่อ ต.วัดยางงาม

พัฒนามาจากภูมิปัญญาการทำผลิตภัณฑ์ชันโรงธรรมชาติหายากและมีราคาแพง ชุมชนจึงหันมาเลี้ยงชันโรงเพื่อสืบทอดอาชีพลดต้นทุน และสร้างผลิตภัณฑ์การแปรรูปน้ำผึ้งชันโรงและเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนชุมชน และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

หลักสูตรการทำขนมงาสลัดและการขนมข้าวตูมะพร้าวอ่อน
นวัตกรรม
1

หลักสูตรการทำขนมงาสลัดและการขนมข้าวตูมะพร้าวอ่อน

อ.ปากท่อ ต.ห้วยยางโทน

ขนมงาสลัดและขนมข้าวตูมะพร้าวอ่อน เป็นขนมพื้นบ้านที่สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน มาอย่างยาวนาน โดยมีเอกลักษณ์ด้านรสชาติ ความหอมของงาและมะพร้าวอ่อน และกรรมวิธีการทำที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเรียบง่าย และความเอาใจใส่ของคนในชุมชน ขนมทั้ง 2 ชนิดนี้มักทำในโอกาสสำคัญ งานบุญประเพณี และใช้เป็นของฝากที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของท้องถิ่น หลักสูตรการทำขนมงาสลัดและการทำขนมข้าวตูมะพร้าวอ่อน จึงถูกจัดทำขึ้น เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทำขนมพื้นบ้านให้คงอยู่ต่อไป อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนและผู้สนใจสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้เสริม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีคุณภาพและมูลค่าเพิ่ม หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ควบคู่กับการปลูกฝังความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น และการอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารไทยให้คงอยู่สืบไป

วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรง ตำบลอ่างหิน
สถานที่
2

วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรง ตำบลอ่างหิน

อ.ปากท่อ ต.อ่างหิน

ไร่หมื่นไม้ บ้านกำนันเขียว เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในตำบลอ่างหิน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เกิดจากแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่เกษตรให้เป็นศูนย์เรียนรู้ของชุมชน โดยมุ่งเน้นการปลูกไม้ยืนต้น การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการสร้างรายได้จากการเกษตรแบบยั่งยืน

นางบุญมา  กล้าหาญ
บุคคล
2

นางบุญมา กล้าหาญ

อ.ปากท่อ ต.ดอนทราย

คุณบุญมา กล้าหาญ เป็น อสม. ด้านแพทย์แผนไทย เป็นผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย (372 ชั่วโมง ) รุ่น 205 ของสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี 2553 และผ่านการอบรมหลักสูตรวิทยากรตและครูนวดแผนไทย รุ่นที่ 16 จังหวัดนนทบุรี ในปี 2561 ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ยกย่องให้เป็น”ปราชญ์เพื่อความมั่นคงระดับจังหวัด ในปีเดียวกันกระทรวงสาธารณสุข มอบเกียรติคุณให้เป็น อสม.ดีเด่นระดับจังหวัด สาขาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ

วัดบางกระ
สถานที่
1

วัดบางกระ

อ.เมืองราชบุรี ต.หนองกลางนา

วัดบางกระตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตำบลหนองกลางนา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นวัดเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์คือหันหน้าวัดออกสู่แม่น้ำตามวิถีโบราณ ปัจจุบันมี พระครูวินัยธร สมพงศ์ เขมวํงโส เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งภายในวัดยังคงเก็บรักษาตำรับตำราหนังสือโบราณที่สืบทอดมาจากอดีตไว้เป็นอย่างดี

หลักสูตรการทำน้ำพริกกากหมู
นวัตกรรม
1

หลักสูตรการทำน้ำพริกกากหมู

อ.ปากท่อ ต.ห้วยยางโทน

การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศ ให้มี ความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่ เศรษฐกิจชุมชน ให้ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง มั่งคั่ง และมีงานทำอย่างยั่งยืน สภาพสังคม ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็น อย่างมาก ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว และไม่เพียงพอกับจำนวน ประชากรที่เพิ่มขึ้น มนุษย์จึงประสบปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพและชีวิตความเป็นอยู่ ของมนุษย์ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่มนุษย์เราจะต้องสร้างสิ่งทดแทนเพื่อการอยู่รอดโดยวิธีการต่าง ๆ การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมากเพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพเป็นการแก้ปัญหาการว่างงนและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจ ชุมชน ตลอดจนกำหนดภารกิจที่จะยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชนได้มี อาชีพที่สามารถสร้างรายได้ ที่มั่นคง โดยเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านต่าง ๆ มุ่งพัฒนาคนไทยให้ ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและการมีงานทำอย่างมี คุณภาพทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้มั่นคง มั่งคั่ง และมีงานทำอย่างยั่งยืนมีความสามารถชิงการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากลซึ่งจะเป็น การจัดการศึกษาตลอดชีวิตในรูปแบบใหม่ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ การทำน้ำพริกกากหมู สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เสริมสร้าง ศักยภาพให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะในการประกอบอาชีพ สามารถพัฒนาตนเองหรือกลุ่มไปสู่การ บริหารจัดการที่มี มาตรฐานเป็นไปตามหลักการของการประกอบอาชีพ กลุ่มเป้าหมายที่สามารถเข้าเรียนในหลักสูตร ได้แก่ ผู้ที่ไม่มี อาชีพหรือมีอาชีพอยู่แล้วแต่ต้องการพัฒนาเพื่อเพิ่มรายได้ เมื่อจบหลักสูตรแล้วผู้เรียนสามารถนำความรู้และ ประสบการณ์ไปประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

นาย สมเกียรติ  เสริมสิริปัญญา
บุคคล
1

นาย สมเกียรติ เสริมสิริปัญญา

อ.เมืองราชบุรี ต.คุ้งน้ำวน

นายสมเกียรติ เสริมสิริปัญญา ชาวตำบลคุ้งน้ำวน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เจ้าของแบรนด์ “Marah” Handmade Product กระเป๋าหนังทำด้วยมือ เผยที่มาธุรกิจกระเป๋าหนัง แบรนด์ “Marah” ว่า ในชุมชนที่อาศัยอยู่ เห็นความไม่เท่าเทียมไของคนในชุมชน บางคนมีพื้นที่ทำกิน และที่พักอาศัย เป็นของตัวเอง ในขณะที่บางกลุ่ม ต้องเช่าทั้งบ้าน และที่ทำมาหากิน จึงเกิดแนว คิดที่จะสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ ให้มีกินมีใช้แบบเท่าเทียมกัน สุดท้ายจึงมาสรุปด้วยการทำ “กระเป๋าหนัง” และเป็นที่มาของแบรนด์ Marah

นางทวิช  ทองไร่
บุคคล
2

นางทวิช ทองไร่

อ.ปากท่อ ต.ยางหัก

เป็นบุคคลที่เป็นแหล่งเรียนรู้และบุคคลแห่งการเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านหัตถกรรม ฝีมือการทอผ้ากะเหรี่ยง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประยุกต์ใช้การทอผ้าแบบการใช้เอว และการทอผ้าแบบใช้เครื่องมือการทอทอผ้า เป็นบุคคลแสวงหาความรู้เรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัยอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างให้กับผู้ที่สนใจการทอผ้ากะเหรี่ยง โดยเป็นวิทยาการให้ความรู้ในการทอผ้ากะเหรี่ยง เพื่อให้ยังคงอยู่คู่กับตำบลยางหัก ต่อไป ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้ นางทวิช ทองไร่ อยู่บ้านเลขที่ 241/1 หมู่ที่ 4 ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เกิดวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2511 มีอาชีพทอผ้ากะเหรี่ยง เป็นผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์วัฒธรรมไทย-กะเหรี่ยง เมื่อปี พศ.2557 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเล็งเห็นคนในชุมชนแต่ละหมู่บ้าน มีการทอผ้ากะเหรี่ยงในแต่ละหลังครัวเรือน จึงอยากจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมไทย-กะเหรี่ยงขึ้น เพื่อให้คนในชุมชนได้มารวมตัวกัน เพื่อเพิ่มช่องทางแหล่งจำหน่ายผ้ากะเหรี่ยงเพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มจากการทำงานประจำ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ต่อมาสกร. มีงบประมาณหนึ่งอำเภอหนึ่งอาชีพ ได้เชิญให้นางทวิช ทองไร่ เป็นวิทยากร สอนการทอผ้ากะเหรี่ยงให้กับ เด็กๆ และประชาชนที่ว่างงาน ได้ฝึกการทอผ้ากะเหรี่ยงเพื่อไม่ให้สูญหาย นางทวิช ทองไร่ ได้ฝึกฝนรูปแบบใหม่ๆ และดัดแปรงประยุกต์ชุดกระเหรี่ยงให้ทันสมัย เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับคนที่มาเที่ยวศูนย์วัฒนธรรมไทย – กะเหรี่ยง ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างดี ทางศูนย์วัฒนธรรมไทย –กะเหรี่ยง ได้งบประมาณจากหลายหน่วยงาน ในการพัฒนาศูนย์วัฒธรรมไทย-กะเหรี่ยง ทำให้ศูนย์วัฒนธรรมไทย-กะเหรี่ยง เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวของตำบลยางหัก

แสดงหน้าที่ 14 จากทั้งหมด 37 หน้า